"เวียนหัว" อาการยอดฮิตที่อาจไม่ใช่แค่โรคหู แต่อาจเป็น "ไมเกรน" ผศ.นพ.สุรัตน์ และ พญ.กนกรัตน์ (หมอปลา) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบประสาทและสมอง ได้มาพูดคุยถึงปัญหา "เวียนหัว มึนหัว" ซึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อยมากในแผนกผู้ป่วยนอก (OPD) หลายคนเมื่อมีอาการเวียนหัว บ้านหมุน หรือโคลงเคลง มักจะคิดว่าเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน หรือโรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน (BPPV) แต่แท้จริงแล้ว อาการเหล่านี้อาจเป็นกลุ่มอาการของ "โรคไมเกรนเวียนศีรษะ (Vestibular Migraine)" ซึ่งหากวินิจฉัยผิดและรักษาไม่ตรงจุด อาการก็จะไม่หายขาด
วิธีสังเกต: เวียนหัวแบบไหนที่เป็น "ไมเกรนเวียนหัว" การจะแยกโรคไมเกรนเวียนหัวออกจากโรคทางหู สามารถสังเกตได้จากหลักการเบื้องต้นดังนี้:
มีอาการเวียนหัวร่วมกับปวดหัว: อาการเวียนหัวอาจเกิดนานเป็นนาที จนถึงหลายชั่วโมง หรือหลายวัน และเป็นๆ หายๆ
เคยมีประวัติเป็นไมเกรนมาก่อน: แม้ในวันที่เวียนหัวจะไม่ได้ปวดหัว แต่หากซักประวัติย้อนหลังพบว่าเคยเป็นไมเกรน หรือมีอาการเข้าข่ายไมเกรน ก็มีโอกาสสูง
มีอาการเฉพาะของไมเกรนร่วมด้วย: เช่น ปวดหัวข้างเดียว ตุบๆ, ไวต่อแสง ไวต่อเสียง, คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีอาการนำ (Aura)
ถูกกระตุ้นด้วย "สิ่งกระตุ้นไมเกรน": เช่น แสงแดด, นอนดึก, ความเครียด, แอลกอฮอล์, กลิ่นฉุน หรือช่วงมีประจำเดือน
ความยากของการรักษา "ไมเกรนเวียนหัว" หมอปลาเน้นย้ำว่า ไมเกรนเวียนหัวมักจะรักษา "ยากกว่า" ไมเกรนปวดหัวทั่วไป สาเหตุหลักคือ ผู้ป่วยมักไม่เข้าใจโรคและเกิดความวิตกกังวลสูง (บางรายถึงขั้นต้องลาออกจากงาน หรือไปบวชชีเพราะคิดว่าเป็นโรคร้ายแรง) นอกจากนี้ สิ่งกระตุ้นของไมเกรนเวียนหัวคือ "การขยับศีรษะหรือการเคลื่อนไหว" ซึ่งหลีกเลี่ยงได้ยากในชีวิตประจำวัน ทำให้ผู้ป่วยไม่กล้าขยับตัว ส่งผลให้อาการยิ่งเรื้อรัง
แนวทางการรักษาที่ถูกต้อง หากเป็นไมเกรนเวียนหัว การกินเพียง "ยาแก้เวียนหัว" จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วย "ยาป้องกันไมเกรน" (เช่น กลุ่มยาต้านซึมเศร้า, ยาต้านชัก, ยาฉีด CGRP, หรือ เมลาโทนิน) ร่วมกับการปรับพฤติกรรม ควบคู่ไปกับ:
การทำกายภาพบำบัดฝึกการทรงตัว: เพื่อให้สมองและสายตาเกิดความเคยชิน ไม่ควรหลีกเลี่ยงการขยับศีรษะ แต่ควรค่อยๆ ฝึกทำกิจกรรมและขยับตัวอย่างสม่ำเสมอ
การจัดการโรคร่วม: เช่น ภาวะวิตกกังวล ความเครียด หรือออฟฟิศซินโดรม โดยอาจใช้วิธีฝังเข็ม หรือนวดสปาบำบัดร่วมด้วย (สหสาขาวิชาชีพ)
ข้อคิดทิ้งท้ายจากแพทย์ ไมเกรนเป็นโรคที่รักษาและควบคุมได้ แม้บางรายอาจไม่หายขาด 100% แต่การได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและการรักษาอย่างเหมาะสม (ปรับยาให้ถึงโดสและระยะเวลาที่พอเหมาะ) จะช่วยลดความรุนแรงของอาการเวียนหัว ทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันและทำงานได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง
[00:00] แนะนำตัว พญ.กนกรัตน์ (หมอปลา) แพทย์เฉพาะทางด้านสมอง
[06:02] วิธีสังเกตอาการ "เวียนหัวไมเกรน" ต่างจากน้ำในหูไม่เท่ากันอย่างไร?
[10:50] โรค BPPV (หินปูนในหูหลุด) และโรคทางหูที่มักสับสนกับไมเกรน
[13:42] เวียนหัวระดับไหน ที่ควรรีบไปพบแพทย์?
[15:42] แนวทางการรักษาไมเกรนเวียนหัว (การใช้ยาและการทำความเข้าใจโรค)
[22:21] ทำไมไมเกรนเวียนหัว ถึงห้ามอยู่นิ่งๆ และควรทำกายภาพฝึกการทรงตัว
[27:26] ทำไม "ไมเกรนเวียนหัว" ถึงรักษายากกว่า "ไมเกรนปวดหัว"?
[32:43] ยาทางเลือกใหม่ในการรักษาไมเกรนเวียนหัว (Melatonin, โบท็อกซ์, CGRP)
[34:49] Q&A: ไมเกรนปวดกระบอกตาได้ไหม?
[36:29] Q&A: ปวดหัวไมเกรนทุกวัน เกิดจากอะไร และต้องทำอย่างไร?
[41:54] Q&A: ปวดหัวสะดุ้งตื่นตอนกลางคืน อันตรายไหม?
[49:45] ข้อคิดทิ้งท้ายและกำลังใจสำหรับผู้ป่วยไมเกรน
แอปพลิเคชั่นพบหมอไมเกรนออนไลน์ 💚🧑🏻⚕️ ดาวน์โหลดแอป คลิก : https://onelink.to/fq5kra
ช่องทางการติดต่อ https://linktr.ee/smilemigraine
Facebook : / smilemigraine
Instagram : / smilemigraine
TikTok : / smilemigraine
Twitter : https://x.com/smilemigraine
