หมอสมองมาเล่า EP13: ยาป้องกันไมเกรนคืออะไร?

การดู 144 ครั้ง 4 เดือนที่ผ่านมา

ทำความเข้าใจ "ยาป้องกันไมเกรน" คืออะไร? ต่างจากยาแก้ปวดไหม? ผศ.นพ.สุรัตน์ (ผู้ก่อตั้ง Smile Migraine และประธานชมรมโรคปวดศีรษะแห่งประเทศไทย) มาอธิบายความแตกต่างที่ชาวไมเกรนหลายคนยังสับสน ในรายการ "หมอสมองมาเล่า EP.13" ยาไมเกรนแบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลักๆ คือ:

 

ยาแก้ปวด: ใช้กิน "เมื่อมีอาการปวดหัวเกิดขึ้นแล้ว" เพื่อระงับความเจ็บปวด เป็นการรักษาที่ปลายเหตุ (รักษาอาการ)

 

ยาป้องกันไมเกรน: ใช้กินหรือฉีดเป็นประจำ (แม้ในวันที่ไม่ปวดหัว) เพื่อรักษาโรคที่ต้นเหตุ โดยมีเป้าหมายเพื่อ "ลดความถี่ ลดความรุนแรง ลดการพึ่งพายาแก้ปวด และลดความไวของสมองต่อสิ่งกระตุ้น"

 

ไมเกรนไม่ใช่แค่เรื่องของความปวด แต่เป็นโรคที่ระบบประสาทมีความไวต่อสิ่งแวดล้อมมากผิดปกติ การใช้ยาป้องกันจึงเปรียบเสมือนการรักษา "โรคไมเกรน" ไม่ให้ลุกลามหรือดุขึ้นในอนาคต

 

ใครบ้างที่จำเป็นต้องใช้ "ยาป้องกันไมเกรน" ไม่ใช่ผู้ป่วยไมเกรนทุกคนที่ต้องกินยาป้องกัน หากคุณปวดหัวแค่ปีละ 1-2 ครั้ง หรือนานๆ ปวดที (3-4 เดือนครั้ง) การกินยาป้องกันทุกวันถือว่าเกินความจำเป็น (เหมือนขี่ช้างจับตั๊กแตน) สามารถพึ่งพายาแก้ปวดเป็นครั้งคราวและปรับพฤติกรรมได้

 

แต่ถ้าคุณมีอาการ ปวดหัวบ่อยเกิน 4 วันต่อเดือน หรือปวดรุนแรงจนกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน คุณคือกลุ่มคนที่ "ต้องได้รับยาป้องกัน" เพื่อป้องกันไม่ให้ไมเกรนพัฒนากลายเป็น "ไมเกรนเรื้อรัง" ที่รักษายากในอนาคต

 

ทำไมไปหาหมอแล้วมักได้แต่ "ยาแก้ปวด" กลับมา? สาเหตุหลักเกิดจากสถิติที่พบว่า ผู้ป่วยไมเกรนกว่า 50% ทั่วโลกที่ไม่ได้รับยาป้องกันอย่างเหมาะสม ส่วนหนึ่งเพราะผู้ป่วยไม่รู้ว่ามียาป้องกันโรคนี้อยู่ (คิดว่าปวดก็แค่กินยาแก้ปวด) และอีกส่วนเกิดจากแพทย์บางท่านที่จ่ายยาเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยไม่ได้ประเมินถึงความรุนแรงและความเสี่ยงระยะยาว จึงทำให้ประชากรจำนวนมากกลายเป็นโรคไมเกรนเรื้อรังและติดยาแก้ปวดในที่สุด

 

วิวัฒนาการของยาป้องกันไมเกรน 3 กลุ่มหลัก

กลุ่มยาแบบดั้งเดิม: เป็นการยืมยาโรคอื่นมาใช้ เช่น ยาลดความดัน (Beta-blockers), ยาต้านซึมเศร้า, ยาต้านชัก ซึ่งมักมีผลข้างเคียงสูง เช่น น้ำหนักขึ้น, ง่วงซึม, ปากแห้ง, ความดันต่ำ (พบผลข้างเคียงได้ 10-20%)

กลุ่มวิตามิน/อาหารเสริม: เช่น แมกนีเซียม (Magnesium), วิตามินบี 2, โคเอนไซม์คิวเทน (CoQ10) มีงานวิจัยรองรับว่าช่วยลดความถี่และความรุนแรงได้จริง และผลข้างเคียงน้อย

กลุ่มยาต้าน CGRP (ยุคใหม่ล่าสุด): ยาที่ออกแบบมาเพื่อ "รักษาไมเกรนโดยเฉพาะ" (มีทั้งแบบกินและฉีด) โดยจะเข้าไปบล็อกสาร CGRP ซึ่งเป็นต้นเหตุของการปวดหัวไมเกรน ถือเป็นมิติใหม่ของการรักษาที่ออกฤทธิ์แม่นยำ ประสิทธิภาพสูง และผลข้างเคียงต่ำมาก (ส่วนใหญ่อาจแค่เจ็บรอยฉีดเล็กน้อย)

ข้อคิดทิ้งท้าย: กินยาป้องกันแล้วจะ "หายขาด 100%" ไหม? การกินยาป้องกันไมเกรนมีเป้าหมายเพื่อ "ควบคุมโรคให้สงบ" (ปวดน้อยกว่า 4 วัน/เดือน หรือไม่กระทบการใช้ชีวิต) ผู้ป่วยที่กินยาแล้วหายขาดแบบ 100% (ไม่ปวดเลย) มีประมาณ 5-10% ส่วนอีกกว่า 90% คือกลุ่มที่อาการทุเลาลงมาก ความรุนแรงลดลงจนใช้ชีวิตได้ปกติ

หากคุณมีอาการปวดหัวบ่อย อย่ารอให้ไมเกรนดุและเรื้อรัง สามารถจองคิววิดีโอคอลปรึกษาทีมแพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาทและสมองระดับหัวกะทิ (กว่า 30 ท่าน) ผ่านแอปพลิเคชัน Smile Migraine เพื่อประเมินและรับยาป้องกันที่เหมาะสม พร้อมบริการจัดส่งยาตรงถึงบ้าน

 

[00:00] ไฮไลต์ ยาป้องกันไมเกรนคืออะไร? 

[00:29] แนะนำตัว ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันปเวช

[01:22] ความแตกต่างระหว่าง "ยาแก้ปวด" กับ "ยาป้องกันไมเกรน" 

[03:00] ใครบ้างที่ต้องกิน และใครที่ไม่จำเป็นต้องกินยาป้องกัน? 

[04:09] ทำไมไปหาหมอแล้วมักได้แต่ยาแก้ปวด? สาเหตุที่ทำให้คนกลายเป็นไมเกรนเรื้อรัง 

[05:35] ทำความรู้จักยาป้องกันไมเกรน 3 กลุ่ม (ยาเดิม, วิตามิน, ยายุคใหม่ CGRP) 

[08:11] กินยาป้องกันแล้ว จะหายขาด 100% ไม่ปวดเลยจริงไหม? 

[09:52] ผลข้างเคียงของยาป้องกันแบบดั้งเดิม (ง่วงซึม, น้ำหนักขึ้น, ปากแห้ง) 

[10:43] หลักเกณฑ์ในการเลือกยาป้องกันไมเกรนให้เหมาะกับแต่ละคน 

[12:09] ข้อคิดทิ้งท้าย อย่าทนปวดจนไมเกรนดุ ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทาง

 

แอปพลิเคชั่นพบหมอไมเกรนออนไลน์ 💚🧑🏻‍⚕️ ดาวน์โหลดแอป คลิก : https://onelink.to/fq5kra

ช่องทางการติดต่อ https://linktr.ee/smilemigraine 

Facebook : / smilemigraine 

Instagram : / smilemigraine 

TikTok : / smilemigraine 

Twitter : https://x.com/smilemigraine 

Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/s/GMZRNjNFrQR

กลับไปยังหน้าวิดีโอหลัก

วิดีโออื่นที่คุณอาจสนใจ