ดนตรีและเสียงบำบัด (Sound Therapy) ช่วยรักษาไมเกรนได้จริงหรือ? ผศ.นพ.สุรัตน์ พามาเจาะลึกศาสตร์แห่งการใช้เสียงบำบัดกับ รศ.นพ.จักรกริช กล้าผจญ (หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีบำบัดมากว่า 10 ปี โดยอธิบายว่า องค์ประกอบของดนตรี เช่น ทำนอง จังหวะ ความเร็ว และความดัง สามารถนำมาใช้บำบัดอาการปวดหัวไมเกรนได้ โดยมี 3 กลไกหลัก คือ:
ช่วยลดความถี่ของการเกิดอาการปวดไมเกรน
ช่วยปกป้องสมองไม่ให้ตื่นตัว หรือเสียสมาธิจากเสียงรบกวนภายนอกที่เข้ามากระตุ้น
ช่วยเพิ่มความผ่อนคลาย ลดความเครียด และทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น ซึ่งส่งผลให้ไมเกรนกำเริบน้อยลง
ทำไมบางเสียงถึงกระตุ้นไมเกรน แต่บางเสียงถึงช่วยบำบัด? คนเป็นไมเกรนมักมีสมองที่ไวต่อเสียง เสียงที่มักกระตุ้นให้ปวดหัวคือ "เสียงทางตรง" ที่ดังกระแทกขึ้นมาฉับพลันโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว (เช่น เสียงเลื่อยไฟฟ้า, เสียงแตรรถ) หรือ "เสียงทางอ้อม" ที่โยงกับประสบการณ์ความเครียดในอดีต (เช่น เสียงบ่น, เสียงเด็กร้อง)
ในทางกลับกัน เสียงที่ช่วยบำบัดไมเกรนคือ เสียงดนตรีที่มีการร้อยเรียงจังหวะและคอร์ดอย่างคาดเดาได้ ทำให้สมองไม่ต้องเตรียมรับมือกับความตกใจ หรือเสียงจากธรรมชาติ เช่น เสียงคลื่นซัดชายหาด เสียงฝนตก ซึ่งเป็นกลุ่มเสียงซ่าๆ ที่เรียกว่า White Noise หรือ Pink Noise เสียงเหล่านี้จะช่วยปกปิด (Masking) เสียงรบกวนภายนอก ทำให้สมองลดการตื่นตัวและผ่อนคลายลง
เสียงแบบไหนที่ชาวไมเกรนควรเลือกฟัง? รศ.นพ.จักรกริช แนะนำว่า นอกเหนือจากการเลือกฟังเพลงช้าๆ ฟังสบายๆ ที่ตัวเองชอบแล้ว (เช่น เพลงสปาที่ไม่มีเนื้อร้อง) สามารถใช้เสียงประเภทต่อไปนี้เพื่อช่วยบำบัด:
White Noise / Pink Noise: เสียงซ่าๆ คล้ายทีวีอนาล็อก หรือเสียงฝนตกไกลๆ ช่วยลดการตื่นเร้าของสมอง
Singing Bowl (ขันกังวานทิเบต): เสียงจากการเคาะหรือหมุนขันโลหะ ที่ให้ความถี่คลื่นเสียงแบบฮาร์โมนิก
คลื่นเสียงธรรมชาติ (Nature Sounds): เสียงคลื่นทะเลซัดชายหาด ที่มีจังหวะขึ้น-ลงสลับกันอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยชักนำให้สมองเข้าสู่สภาวะหลับลึกได้ง่ายขึ้น
งานวิจัยพบว่า การฟังเพลงคลาสสิกหรือเสียงบำบัดที่ผ่อนคลาย สามารถลดระดับ "คอร์ติซอล" (ฮอร์โมนความเครียด) และเพิ่มระดับ "โดปามีน" (ฮอร์โมนแห่งความสุข) ได้อย่างชัดเจน
ข้อแนะนำในการใช้เสียงบำบัดในชีวิตประจำวัน การใช้เสียงบำบัด "ไม่ได้มาทดแทนการใช้ยา" ในช่วงที่ไมเกรนกำเริบหนัก (Attack) แต่ควรใช้เป็น "การป้องกัน" โดยแนะนำให้เปิดฟังคลอเบาๆ เป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะในช่วงก่อนนอน หรือช่วงเวลาก่อนที่ไมเกรนมักจะกำเริบ เพื่อลดความถี่และบรรเทาความเครียด
สำหรับผู้ที่สนใจ ปัจจุบันมีแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ "สวนดอกซาวด์เทอราพี (Suandok Sound Therapy)" ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกฟังเสียงบำบัดตามจุดประสงค์ของตนเองได้ (เช่น เพื่อการนอนหลับ, ลดความวิตกกังวล, หรือเพิ่มสมาธิ) สามารถทดลองดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรี
[00:00] แนะนำ รศ.นพ.จักรกริช กล้าผจญ ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีและเสียงบำบัด
[00:55] ดนตรีและคลื่นเสียง ช่วยลดอาการปวดไมเกรนได้อย่างไร?
[01:57] ทำไมเสียงดัง เสียงกระแทกฉับพลัน ถึงกระตุ้นให้ไมเกรนกำเริบ
[04:21] ทำไมเสียงธรรมชาติ (ฝนตก, คลื่นทะเล) ถึงช่วยให้ชาวไมเกรนผ่อนคลาย
[04:37] รู้จัก White Noise และ Pink Noise เสียงซ่าที่ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของสมอง
[05:42] Singing Bowl (ขันกังวานทิเบต) คลื่นเสียงบำบัดระดับฮาร์โมนิก
[06:54] งานวิจัยยืนยัน: เสียงบำบัดช่วยลดฮอร์โมนเครียด เพิ่มฮอร์โมนความสุข (โดปามีน)
[07:44] ทริกการเลือกเพลงและวิธีการฟัง เพื่อป้องกันไมเกรนกำเริบ
[09:50] เสียงคลื่นทะเลซัดชายหาด จังหวะที่ดีที่สุดสำหรับการชักนำการนอนหลับ
[10:07] แนะนำแอปพลิเคชัน "สวนดอกซาวด์เทอราพี" (Suandok Sound Therapy)
แอปพลิเคชั่นพบหมอไมเกรนออนไลน์ 💚🧑🏻⚕️ ดาวน์โหลดแอป คลิก : https://onelink.to/fq5kra
ช่องทางการติดต่อ https://linktr.ee/smilemigraine
Facebook : / smilemigraine
Instagram : / smilemigraine
TikTok : / smilemigraine
Twitter : https://x.com/smilemigraine
