Rimegepant ยาไมเกรน ที่เป็นทั้งยาแก้ปวดและยาป้องกันในเม็ดเดียว

17 พฤษภาคม 2024

Rimegepant  ยาไมเกรน ที่เป็นทั้งยาแก้ปวดและยาป้องกันในเม็ดเดียว

หลายคนคงจะได้ยินกันมาบ้างแล้ว ว่าในปี 2024 นี้จะมียาใหม่สำหรับผู้ป่วยไมเกรน ที่กำลังผ่าน อย.ไทยและจะวางจำหน่ายในปีนี้ ตัวนั้นก็คือ Rimegepant 

ซึ่งยาตัวนี้เป็นเหมือนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ (New Era) สำหรับยารักษาไมเกรน จากเมื่อประมาณ 5 - 6 ปีก่อน ที่มีการเปิดตัวยาฉีดพุง ที่ใช้ในการรักษาไมเกรนโดยเฉพาะ เป็นที่ฮือฮา ทั้งในเรื่องราคา และผลข้างเคียงที่น้อยมาก แทบจะไม่มี 

มาในปีนี้ ปีที่กำลังจะก้าวเข้าสู่เดือนของผู้ป่วยไมเกรน หรือ Migraine Awareness Month ก็ได้มีการเปิดตัวยาใหม่ เหมือนเป็นการเฉลิมฉลองให้กับผู้ป่วยไมเกรน ที่จะมีทางเลือกในการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น วันนี้เราเลยจะมีพูดถึงยาตัวนี้กันว่ามันเป็นยังไง ออกฤทธิ์แบบไหน แล้วมีดีกว่ายากินที่ทานรักษาไมเกรนอยู่อย่างไร

 

Rimegepant คืออะไร? 


Rimegepant เป็นยาเม็ดชนิดแรกของกลุ่ม Anti-CGRP หรือ CGRP receptor antagonist ที่ได้รับอนุมัติจาก FDA ในอเมริการตั้งแต่ปี 2020 เป็นยาที่อยู่ในรูปแบบชนิดเม็ด ทานโดยการให้อมใต้ลิ้นและละลายในปากได้อย่างรวดเร็ว เหมาะมากสำหรับผู้ป่วยไมเกรนที่ไม่อยากฉีดยา หรือต้องถูกจิ้มเข็ม

สำหรับการออกฤทธิ์ของ Rimegepant จะทำงานโดยการไปยับยั้งการทำงานของ calcitonin gene-related peptide (CGRP) ที่เชื่อว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ปวดศีรษะไมเกรน 
 


ข้อดีของยา Rimegepant คืออะไร?

  • เป็นยาเม็ดชนิดแรก ที่ใช้เป็นยาแก้ปวดหัวไมเกรน และรักษาไมเกรนได้ นั่นเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดมาก่อน เราอาจเคยชินว่า ยาแก้ปวด ก็คือยาแก้ปวด ยาป้องกันรักษา ก็คือยาป้องกันรักษา แต่ Rimegepant ถูกออกแบบให้เป็นยาที่มีฤทธิ์ สองรูปแบบ โดยกรณีใช้ตัวยา Rimegepant สำหรับเป็นยาป้องกันไมเกรน จะแนะนำทานยาครั้งละ 1 เม็ด (75 mg) วันเว้นวันในไมเกรน แสดงว่า วันไหน ที่ปวดหัวแล้วกินยาตัวนี้ มันก็แก้ปวดได้ด้วย และกินเพิ่มได้ในวันที่ไม่ได้ทานเป็นยาป้องกัน เพื่อเสริมอีกด้วย 
  • ออกฤทธิ์รวดเร็ว เนื่องจาก Rimegepant ถูกออกแบบมาในรูปแบบยาเม็ดที่ละลายในช่องปาก (ODT) ที่สะดวก ละลายบนลิ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้น้ำ จึงทำยาเข้าสู่กระแสเลือดได้เร็วขึ้น แม้มีอาการร่วมคลื่นไส้อาเจียน ก็ไม่ทำให้ยาถูกอาเจียนออกมาด้วย โดยตัวยาจะออกฤทธิ์ในการระงับปวดภายใน 1 ชั่วโมง ระงับปวดได้ยาวนานถึง 48 ชั่วโมง
  • หลายคนกังวลว่าละลายในช่องปากแล้วจะรสชาติตัวยาจะขมไหม? ตัว Rimegepant ทำมาในรูปแบบเม็ดละลายในช่องปาก รสมิ้น จึงทำให้ง่ายต่อการทาน
  • ลดความจำเป็นในการใช้ยาแก้ปวดซ้ำ สำหรับผู้ป่วยไมเกรน คงทราบดีว่า เวลาไมเกรนมาแล้ว การทานยาแก้ปวดไปแล้ว ใช่ว่าอาการปวดหัวไมเกรนจะหายไปเลย บางทีมันยังมีปวดค้าง ต้องทานยาแก้ปวดซ้ำ ทำให้เราต้องทานยาแก้ปวดมากเกินความจำเป็น จนในคนไข้หลายคนมีภาวะปวดหัวจากสมองติดยาแก้ปวด (Medication Overuse Headache) ซึ่งเป็นภาวะร่วมไมเกรนที่เกิดได้บ่อย แต่ตัว Rimegepant จากการทดลองทางคลินิก พบว่าผู้ป่วยจำนวนมากที่ได้รับการรักษาไม่จำเป็นต้องใช้ยาแก้ปวดเพิ่มเติมภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากรับประทานยาแล้ว
  • ผลข้างเคียงน้อย การที่ Rimegepant เป็นยาที่มีความจำเพาะสูง ทำให้ผลข้างเคียงต่ำ โดยเมื่อเทียบกับยาแก้ปวด กลุ่ม ทริปแทน พบว่า ไม่มีผลข้างเคียงที่ทำให้เวียนหัวหรือเจ็บออก นอกจากนี้ ยังปลอดภัยสำหรับคนที่มีโรคประจำตัวเป็นโรคทางหลอดเลือดอีกด้วย เนื่องจากยาไม่ได้ทำให้เกิดหลอดเลือดหดตัว จึงปลอดภัยในกลุ่มของคนเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง ที่ห้ามกินยาแก้ปวดไมเกรนชนิดอื่น ๆ 
  • เป็นยาเม็ดที่ใช้ในการรักษาที่เฉพาะเจาะจงกับไมเกรน ชนิดแรก เหมาะกับคนที่กลัวเข็ม ไม่อยากฉีดยา

ข้อเสียของยา Rimegepant คืออะไร?

  • ราคาสูง กรณีเทียบกับยาแก้ปวดกลุ่มจำเพาะต่อไมเกรนที่มีอยู่ในตลาด แต่หากใช้เป็นยาป้องกันไมเกรน ราคาจะเทียบเคียงกับยากลุ่ม Anti - CGRP ที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบัน . 
     

 


กลไกการทำงานของยา Rimegepant

 

กลไกการทำงานของยา Rimegepant


ภาพนี้แสดงข้อมูลเกี่ยวกับยา "Rimegepant" ซึ่งเป็นยาที่ใช้ในการรักษาไมเกรน โดยยามีการทำงานดังนี้:

Rimegepant เป็นตัวยับยั้งตัว CGRP -  CGRP คือโปรตีนที่ส่งสัญญาณทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ และยา Rimegepant จะเข้าไปยับยั้งตัว CGRP ซึ่งช่วยในการรักษาไมเกรนอย่างตรงจุด

กลไกการทำงานของ Rimegepant:

  • ยับยั้งการส่งสัญญาณความเจ็บปวด: Rimegepant จะเข้าไปยับยั้ง CGRP จากการส่งสัญญาณไปยังเส้นประสาทไตรเจมินัล (trigeminal nerve)
  • ยับยั้งการขยายตัวของหลอดเลือดโดยไม่ทำให้เกิดการหดตัว: CGRP ทำให้หลอดเลือดในสมองขยายตัว แต่ Rimegepant ยับยั้งกระบวนการนี้โดยไม่ทำให้หลอดเลือดหดตัว
  • ยับยั้งการอักเสบที่เส้นประสาท: CGRP ทำให้เกิดการอักเสบในเส้นประสาท แต่ Rimegepant จะเข้าไปยับยั้งกระบวนการนี้

สรุปง่ายๆ คือ Rimegepant เป็นยาที่ออกแบบมาเพื่อยับยั้งการทำงานของ CGRP ซึ่งเป็นโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการเกิดไมเกรน โดยทำงานผ่านการยับยั้งการส่งสัญญาณความเจ็บปวด การขยายตัวของหลอดเลือด และการอักเสบที่เกิดจากประสาท



 

ประสิทธิภาพของยา Rimegepant
 

ประสิทธิภาพในการบรรเทาปวดของยา Rimegepant



ภาพนี้แสดงข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพของยา "Rimegepant" ในการบรรเทาอาการปวดไมเกรนและช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาทำกิจกรรมตามปกติได้ภายในเวลา 1 ชั่วโมง โดยมีข้อมูลสรุปดังนี้ :

Rimegepant บรรเทาอาการปวดและทำให้ผู้ป่วยกลับมาทำกิจกรรมปกติภายใน 1 ชั่วโมง:

  • จากการทดลองพบว่า Rimegepant ช่วยบรรเทาอาการปวดได้อย่างมีนัยสำคัญ และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาทำกิจกรรมตามปกติได้หลังจากมีอาการไมเกรนเมื่อเทียบกับยาหลอก (placebo)

ระยะเวลาในการบรรเทาอาการปวด :

  • 1 ชั่วโมงหลังจากใช้ยา: มีผู้ป่วยที่ได้รับ Rimegepant 37% มีอาการปวดลดลง เมื่อเทียบกับยาหลอกที่มีผู้ป่วย 31%
  • 2 ชั่วโมงหลังจากใช้ยา: มีผู้ป่วยที่ได้รับ Rimegepant 59% ที่มีอาการปวดลดลง เมื่อเทียบกับยาหลอกที่มีผู้ป่วย 43%

ระยะเวลาที่ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำกิจกรรมตามปกติ :

  • 1 ชั่วโมงหลังจากใช้ยา: มีผู้ป่วยที่ได้รับ Rimegepant 22% ที่สามารถกลับมาทำกิจกรรมตามปกติ เมื่อเทียบกับยาหลอกที่มีผู้ป่วย 16%
  • 2 ชั่วโมงหลังจากใช้ยา: มีผู้ป่วยที่ได้รับ Rimegepant 38% ที่สามารถกลับมาทำกิจกรรมตามปกติ เมื่อเทียบกับยาหลอกที่มีผู้ป่วย 26%

หมายเหตุเพิ่มเติม:

  • การบรรเทาอาการปวด (Pain relief) หมายถึงการลดลงของอาการปวดศีรษะจากระดับปานกลางถึงรุนแรงไปเป็นระดับเล็กน้อยหรือไม่มีเลย
  • การกลับมาทำกิจกรรมตามปกติ (Back to normal activities) หมายถึงการกลับไปทำกิจกรรมตามปกติ

จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า Rimegepant มีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการปวดไมเกรนและช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาทำกิจกรรมตามปกติได้เร็วกว่าเมื่อเทียบกับการใช้ยาหลอก


 

โดยสรุปแล้วตัวยา Rimegepant ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่งของผู้ป่วยไมเกรน ที่จะได้เข้าถึงยาที่ใช้ในการรักษาโรคโดยเฉพาะ แต่ทั้งนี้สไมล์ ไมเกรน เอง ก็ไม่ได้อยากให้ผู้ป่วยไมเกรนพึ่งพิงแต่การทานยาแก้ปวด อยากให้ผู้ป่วยไมเกรนทานยาเพื่อให้ไมเกรนมันสงบลง ลดความไวของสมองต่อสิ่งกระตุ้น ลดความถี่และความรุนแรงของไมเกรนลง แต่อย่าลืมว่าผู้ป่วยต้องหมั่นออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ หากิจกรรมทำคลายเครียดและหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นด้วยการปรับพฤติกรรมที่อาจส่งผลให้กระตุ้นไมเกรนร่วมด้วย

สำหรับวันนี้ บทความนี้เราก็ได้มาทำความรู้จักยาตัวใหม่กันแล้วแล้ว ว่ามันเป็นยังไง ออกฤทธิ์ยังไง ทานยังไง เดี๋ยวบทความหน้า ทีมงาน Smile Migraine ยังจะมีสาระดีๆ ที่จะมาบอกเล่าถึงประสบการณ์ของผู้ป่วยไมเกรนที่เคยใช้ยาตัวนี้ในต่างประเทศมาแล้ว ว่ามันเป็นยังไงกัน อย่าลืมฝากติดตามกันนะคะ


พบหมอ ออนไลน์ ได้ที่ แอปฯ Smile Migraine : https://onelink.to/fq5kra

หรือปรึกษาผ่าน LINE Add : @sm-clinic (มี @ ข้างหน้า)

ผู้เขียนบทความ

Smile Migraine Expert Team

Smile Migraine Expert Team

ทีมเรียบเรียงบทความและข้อมูลสุขภาพเกี่ยวกับไมเกรน

กลับไปยังบล็อก

บทความอื่นที่คุณอาจสนใจ

ไมเกรนไม่ปวดหัว มีจริงไหม? เวียนหัวบ้านหมุนอาจเป็นสัญญาณ

ไมเกรนไม่ปวดหัว มีจริงไหม? เวียนหัวบ้านหมุนอาจเป็นสัญญาณ

23 กันยายน 2026 เข้าชม 378 ครั้ง

เป็นไมเกรนแต่ไม่ปวดหัวได้จริงไหม? รู้จักไมเกรนที่แสดงอาการเป็นเวียนหัว บ้านหมุน พร้อมวิธีแยกจากหินปูนในหูหลุด และสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์

ปวดขมับสองข้าง เกิดจากอะไร ต่างจากไมเกรนยังไง

ปวดขมับสองข้าง เกิดจากอะไร ต่างจากไมเกรนยังไง

9 กันยายน 2026 เข้าชม 532 ครั้ง

ปวดขมับสองข้างไม่ใช่ไมเกรนเสมอไป อาจเป็นปวดหัวจากความเครียด ปัญหาข้อต่อขากรรไกร ไซนัส หรือในผู้สูงอายุอาจเป็นสัญญาณโรคหลอดเลือดอักเสบที่ต้องรีบรักษา

ไมเกรนเรื้อรัง รักษาอย่างไรเมื่อยาแก้ปวดเอาไม่อยู่

ไมเกรนเรื้อรัง รักษาอย่างไรเมื่อยาแก้ปวดเอาไม่อยู่

9 กันยายน 2026 เข้าชม 722 ครั้ง

ปวดหัวไมเกรนบ่อยจนยาแก้ปวดเริ่มไม่ได้ผล อาจเข้าสู่ภาวะไมเกรนเรื้อรังแล้ว รู้จักทางเลือกการรักษาตั้งแต่ยาป้องกัน โบทูลินัมท็อกซิน ไปจนถึงยาต้าน CGRP