หลายคนคุ้นกับภาพจำของไมเกรนแบบเดียว คือปวดหัวตุบ ๆ ข้างเดียว ปวดจนทำงานไม่ไหว ต้องเข้าห้องมืดนอนนิ่ง ๆ แต่ในห้องตรวจจริง มีผู้ป่วยกลุ่มหนึ่งที่เดินเข้ามาด้วยอาการคนละแบบ — เวียนหัว โคลงเคลง บ้านหมุนเป็นชั่วโมง แต่ไม่ปวดหัวเลยสักนิด และหลายคนในกลุ่มนี้ตระเวนตรวจหู ตรวจเลือด ตรวจหัวใจ มาแล้วหลายที่ โดยที่ผลออกมาปกติทุกอย่าง
คำถามคือ เป็นไปได้ไหมที่อาการเหล่านี้จะมาจาก "ไมเกรน" ทั้งที่ไม่มีอาการปวดหัวเลย
คำตอบคือ เป็นไปได้ และพบบ่อยกว่าที่คิด
ไมเกรนไม่ปวดหัว มีจริงไหม?
หลายคนเข้าใจว่า "เป็นไมเกรนต้องปวดหัว" แต่ความจริงไม่เสมอไป เพราะไมเกรนคือภาวะที่สมองไวต่อสิ่งกระตุ้นเกินปกติ ปวดหัวเป็นแค่หนึ่งในหลายอาการที่แสดงออกมาได้ นอกจากปวดหัว ยังมีไวแสง ไวเสียง คลื่นไส้ และเวียนหัวบ้านหมุนด้วย
บางคนสมองส่วนควบคุมการทรงตัวถูกกระตุ้นแทนส่วนที่ทำให้ปวดหัว ผลคือเวียนหัวหรือบ้านหมุนเป็นอาการหลัก ส่วนปวดหัวอาจตามมาเบา ๆ หรือไม่มาเลย ภาวะนี้เรียกว่า ไมเกรนชนิดเวียนศีรษะ (Vestibular Migraine)
ทำไมไมเกรนถึงไม่ปวดหัวได้
ให้นึกภาพไมเกรนเป็น "พายุในสมอง" บางครั้งพายุพัดไปโดนจุดควบคุมความเจ็บปวด ทำให้ปวดหัว แต่บางครั้งพัดไปโดนจุดควบคุมการทรงตัวแทน ทำให้เวียนหัวล้วน ๆ โดยไม่ปวดหัวเลย
พบได้บ่อยแค่ไหน
- พบได้ราว 1% ของคนทั่วไป
- ผู้ป่วยไมเกรนราว 40-55% เคยเวียนหัวหรือบ้านหมุนร่วมด้วย
- เป็นสาเหตุอันดับ 1 ของอาการบ้านหมุนซ้ำ ๆ ในผู้ใหญ่
- พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย มักเริ่มชัดช่วงอายุ 30-50 ปี
ภาวะนี้ถูกมองข้ามบ่อยมาก เพราะทั้งคนไข้และหมอบางท่านยังติดภาพจำว่า "ไมเกรนต้องปวดหัว"
แพทย์ยืนยันได้อย่างไรว่าเป็นไมเกรน
แพทย์ทั่วโลกใช้ เกณฑ์มาตรฐานเดียวกัน ในการวินิจฉัย เหมือนคู่มือกลางที่ทุกโรงพยาบาลอ้างอิงตรงกัน สรุปสาระสำคัญให้เข้าใจง่าย ๆ ได้ดังนี้
- เวียนหัวแบบนี้ซ้ำ ๆ อย่างน้อย 5 ครั้ง
- มีประวัติเป็นไมเกรนมาก่อน หรือกำลังเป็นอยู่
- แต่ละครั้งเวียนปานกลางถึงรุนแรง นาน 5 นาที ถึง 72 ชั่วโมง
- อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของครั้งที่เวียน ต้องมีอาการแบบไมเกรนร่วมด้วย เช่น ปวดหัว ไวแสง/เสียง หรือเห็นแสงวูบวาบก่อนเวียน
- ตรวจแล้วไม่มีโรคอื่นที่อธิบายได้ดีกว่า
จุดสำคัญที่สุดคือข้อ 4 เกณฑ์กำหนดแค่ "อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง" เท่านั้น หมายความว่าคุณสามารถเวียนหัวโดยไม่ปวดหัวเลยได้ถึงเกือบครึ่งของทุกครั้ง และยังถือว่าเป็นไมเกรนตามหลักการแพทย์จริง ๆ
6 สัญญาณที่บอกว่าอาการเวียนของคุณอาจมาจากไมเกรน
ลองเช็กดูว่าตรงกับตัวเองกี่ข้อ
- มีประวัติไมเกรนมาก่อน แม้ตอนนี้ไม่ปวดหัวแล้วก็ตาม
- มีคนในครอบครัวเป็นไมเกรน
- เวลาเวียน มักไวแสงหรือไวเสียงไปด้วย อยากปิดไฟ อยากอยู่เงียบ ๆ
- เวียนเมื่อเจอตัวกระตุ้นแบบไมเกรน เช่น อดนอน เครียด ประจำเดือน อดอาหาร แสงจ้า กลิ่นฉุน
- เวียนเมื่อเจอภาพเคลื่อนไหวมาก ๆ เช่น เดินในซูเปอร์มาร์เก็ต เลื่อนโซเชียลนาน ๆ นั่งรถ
- ตรวจหูและการได้ยินแล้วปกติ ไม่มีหูอื้อ ไม่มีเสียงในหู
ยิ่งตรงหลายข้อ ยิ่งควรให้แพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านปวดศีรษะหรือระบบประสาทประเมิน
ไม่ใช่ทุกอาการบ้านหมุนคือไมเกรน
อาการเวียนหัวเกิดได้จากหลายสาเหตุ แยกให้ถูกจึงสำคัญ
- ไมเกรนชนิดเวียนศีรษะ — เวียนนาน 5 นาทีถึง 72 ชั่วโมง กระตุ้นด้วยความเครียด อดนอน ประจำเดือน มักไวแสง/เสียงร่วม ไม่มีอาการทางหู
- หินปูนในหูชั้นในหลุด (BPPV) — เวียนแค่ไม่กี่วินาทีถึง 1 นาที เกิดตอนเปลี่ยนท่าศีรษะหรือพลิกตัวบนเตียงชัดเจน
- น้ำในหูไม่เท่ากัน (Ménière) — เวียนนาน 20 นาทีถึงหลายชั่วโมง ไม่เกี่ยวกับท่า แต่มีหูอื้อ เสียงในหู การได้ยินลดลง
- เส้นประสาททรงตัวอักเสบ — เวียนต่อเนื่องหลายวัน มักมาหลังติดเชื้อไวรัส
- โรคหลอดเลือดสมอง — เวียนแบบเฉียบพลัน มีอาการทางระบบประสาทอื่นร่วมด้วย เป็นภาวะฉุกเฉิน
หมายเหตุ: ภาวะเหล่านี้เกิดร่วมกันได้ ถ้าทำกายภาพจัดหินปูนแล้วยังเวียนอยู่ ไม่ได้แปลว่ารักษาผิด อาจมีมากกว่าหนึ่งภาวะพร้อมกัน
เวียนหัวแบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที
ส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่ถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเป็นโรคหลอดเลือดสมอง
- เวียนหัวรุนแรงทันทีทันใด แบบไม่เคยเป็นมาก่อน
- เห็นภาพซ้อน พูดไม่ชัด กลืนลำบาก
- แขนขาอ่อนแรงหรือชาข้างใดข้างหนึ่ง
- เดินเซจนล้ม ทรงตัวไม่ได้เลย
- ปวดหัวรุนแรงที่สุดในชีวิต เกิดขึ้นทันที
- ไข้สูง คอแข็ง หรือรู้สึกตัวเปลี่ยนไป
แพทย์วินิจฉัยอย่างไร
ไม่มีการตรวจชิ้นเดียวที่ยืนยันได้ 100% ต้องอาศัยหลายอย่างร่วมกัน
- ซักประวัติละเอียด สำคัญที่สุด ทั้งลักษณะอาการ ตัวกระตุ้น ประวัติไมเกรนของตัวเองและครอบครัว
- ตรวจร่างกายทางระบบประสาทและการทรงตัว
- ตรวจการได้ยิน เพื่อแยกโรคทางหูชั้นในออกไป
- ตรวจ MRI สมอง ถ้ามีสัญญาณอันตรายหรืออาการไม่ตรงแบบทั่วไป
สิ่งที่ช่วยหมอวินิจฉัยได้มากที่สุดคือ สมุดบันทึกอาการ จดวันที่ เวลา ระยะเวลา ความรุนแรง สิ่งที่ทำก่อนเกิด ประจำเดือน และการนอน ต่อเนื่อง 1-2 เดือน
แนวทางรักษา 4 ส่วนหลัก มักใช้ร่วมกัน
1. รักษาตอนมีอาการ — ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs หรือ Triptan ร่วมกับยาแก้คลื่นไส้ ส่วนยากดระบบทรงตัวใช้ได้แค่ระยะสั้น ใช้นานเกินไปจะรบกวนการปรับตัวของสมอง
2. ยาป้องกัน — พิจารณาเมื่ออาการถี่หรือกระทบชีวิตประจำวัน มีทั้งกลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ ยาต้านเศร้าบางกลุ่ม ยากันชักบางตัว และ flunarizine ปัจจุบันมีงานวิจัยเรื่องยาต้าน CGRP เพิ่มขึ้น ผลไปในทางที่ดี แต่หลักฐานยังไม่แน่นหนาเท่ายากลุ่มอื่น ควรให้แพทย์เป็นผู้เลือก
3. กายภาพบำบัดระบบทรงตัว — ฝึกการทรงตัวและประสานงานตา-ศีรษะ ช่วยลดความไวต่อการเคลื่อนไหว ต้องค่อยเป็นค่อยไป ฝึกหนักเกินไปอาจกระตุ้นไมเกรนได้
4. ปรับพฤติกรรม — ได้ผลดีระยะยาวที่สุด นอนให้เป็นเวลา กินตรงเวลาไม่อดมื้อ ดื่มน้ำพอ ออกกำลังกาย จัดการความเครียด และสังเกตอาหารกระตุ้นของตัวเอง เช่น ชีสบ่ม เนื้อแปรรูป ไวน์แดง คาเฟอีนมากหรือน้อยผิดปกติ
สรุป
"เป็นไมเกรนต้องปวดหัว" คือความเข้าใจที่ทำให้หลายคนหาสาเหตุอาการเวียนหัวไม่เจออยู่นาน ไมเกรนคือภาวะสมองไวต่อสิ่งกระตุ้น และเวียนหัวบ้านหมุนก็เป็นหน้าตาหนึ่งของมันได้เต็มตัว โดยไม่ต้องปวดหัวนำมาก่อนเลย
หากคุณเวียนหัวบ้านหมุนซ้ำ ๆ ตรวจแล้วไม่พบสาเหตุ และมีประวัติไมเกรนในตัวเองหรือครอบครัว ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางไมเกรนออนไลน์ผ่านแอป Smile Migraine ได้เลย
แหล่งอ้างอิง
- International Headache Society. ICHD-3, A1.6.6 Vestibular migraine.
- Lempert T, et al. (2022). Vestibular migraine: Diagnostic criteria (Update). Journal of Vestibular Research.
- Vestibular Disorders Association (VeDA). Vestibular Migraine.
- American Migraine Foundation. Aura Without Headache.
- Cochrane Reviews. Pharmacological interventions for vestibular migraine.
ข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล หากมีอาการควรปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยที่ถูกต้อง



