วิธีฝึกสมอง ทั้ง 2 ซีก ทำได้ง่ายๆที่บ้าน

1 พฤษภาคม 2024

วิธีฝึกสมอง ทั้ง 2 ซีก ทำได้ง่ายๆที่บ้าน

ความสำคัญของการรู้จักสมองและวิธีการฝึกสมองทั้งซีกซ้ายและซีกขวา เพิ่มประสิทธิภาพการคิด ความคิดสร้างสรรค์ และการทำงานของสมองโดยรวม ด้วยกิจกรรมที่หลากหลายและการออกกำลังกายที่เหมาะสม

 

การทำงานของสมอง : ความสำคัญและวิธีการฝึกเพื่อพัฒนาสมรรถภาพสมอง

 

รู้จักเซลล์ประสาทและการทำงานของสมอง 

สมองประกอบด้วยเซลล์ประสาทจำนวนมากกว่า 1,000 ล้านเซลล์ ที่มีการแบ่งหน้าที่และฟังก์ชั่นการทำงานระหว่างกันอย่างชัดเจน การศึกษาสมองผ่านการทดลองและการสังเกตสมองที่เสียหายจากอุบัติเหตุหรือโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) ช่วยให้เราเข้าใจการทำงานของสมองและการทำงานที่จำเพาะของมัน

ความสำคัญของการรู้จักสมอง 

การเข้าใจการทำงานของสมองมีประโยชน์หลายประการ แม้ว่าเราจะไม่ใช่หมอโรคสมอง การรู้จักสมองช่วยให้เรารู้ว่าเรามีสมองฝั่งไหนที่เด่นและด้อย การรู้จักสมองช่วยให้เราสามารถฝึกฝนสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความสามารถและศักยภาพในการคิดและการทำงาน

ความสามารถของสมองซีกซ้ายและซีกขวา

  • สมองซีกซ้ายควบคุมคำพูด การคิดเชิงนามธรรม และการควบคุมด้านขวาของร่างกาย
  • สมองซีกขวาควบคุมการประมวลผลภาพ การรับรู้เชิงพื้นที่ และการประสานงานของด้านซ้ายของร่างกาย

วิธีฝึกสมองซีกซ้าย

  • การคิดเชิงตรรกะ: ไขปริศนา เช่น ซูโดกุหรือเกมลอจิก เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงตรรกะและการแก้ปัญหา
  • ทักษะทางภาษา: ฝึกการอ่าน การเขียน และการอภิปรายเพื่อปรับปรุงความสามารถในการเข้าใจภาษาและการสื่อสาร
  • ความสามารถทางคณิตศาสตร์: ทำงานกับปัญหาทางคณิตศาสตร์และสมการเพื่อเสริมสร้างทักษะการใช้เหตุผลเชิงตัวเลขและการวิเคราะห์
  • งานที่ใช้ตรรกะ: มีกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำทีละขั้นตอน เช่น การทำอาหารหรือการประกอบเฟอร์นิเจอร์
  • แบบฝึกหัดเกี่ยวกับความจำ: ใช้อุปกรณ์ช่วยจำหรือเกมความจำเพื่อเพิ่มการจดจำและการเรียกคืน

วิธีฝึกสมองซีกขวา

  • แบบฝึกหัดความคิดสร้างสรรค์: กิจกรรมทางศิลปะ เช่น การวาดภาพหรือการประดิษฐ์
  • เทคนิคการแสดงภาพ: แบบฝึกหัดการแสดงภาพ เช่น การจินตนาการถึงฉากที่สดใส
  • ดนตรีและจังหวะ: เล่นเครื่องดนตรี เต้นรำ หรือฟังเพลง
  • การจดจำรูปแบบ: แก้ปริศนาด้วยภาพ เช่น ตัวต่อจิ๊กซอว์
  • การฝึกสติ: การทำสมาธิแบบมีสติหรือการฝึกหายใจเข้าลึก ๆ

วิธีฝึกสมองให้ทำงานประสานกันอย่างสมดุล

  • การเคลื่อนไหวข้ามด้านข้าง: กิจกรรมที่ต้องมีการเคลื่อนไหวประสานกัน เช่น โยคะหรือไทเก๊ก
  • กิจกรรมแบบสองภารกิจ: การรวมกิจกรรมที่มีส่วนร่วมกับซีกโลกทั้งสองไปพร้อมๆ กัน เช่น การฟังเพลงขณะวาดภาพ
  • แอปฝึกสมอง: ใช้แอปฝึกสมองหรือแพลตฟอร์มออนไลน์
  • การออกกำลังกาย: การออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น การออกกำลังกายแบบแอโรบิก

ด้วยการรวมกิจกรรมที่หลากหลายเข้ากับกิจวัตรประจำวัน คุณสามารถฝึกและเสริมสร้างสมองซีกโลกทั้งสองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนำไปสู่ความสามารถในการรับรู้ที่ดีขึ้น ความคิดสร้างสรรค์ที่เพิ่มขึ้น และการทำงานของสมองโดยรวมดีขึ้น

 

สมองเราที่คุมทุกอย่าง ก็มีประโยชน์ที่เราจะรู้หน้าที่ เพื่อเราจะได้ส่งเสริมการทำงานและคุณค่าของมัน 
 

กลับไปยังบล็อก

บทความอื่นที่คุณอาจสนใจ

ไมเกรนไม่ปวดหัว มีจริงไหม? เวียนหัวบ้านหมุนอาจเป็นสัญญาณ

ไมเกรนไม่ปวดหัว มีจริงไหม? เวียนหัวบ้านหมุนอาจเป็นสัญญาณ

23 กันยายน 2026 เข้าชม 396 ครั้ง

เป็นไมเกรนแต่ไม่ปวดหัวได้จริงไหม? รู้จักไมเกรนที่แสดงอาการเป็นเวียนหัว บ้านหมุน พร้อมวิธีแยกจากหินปูนในหูหลุด และสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์

ปวดขมับสองข้าง เกิดจากอะไร ต่างจากไมเกรนยังไง

ปวดขมับสองข้าง เกิดจากอะไร ต่างจากไมเกรนยังไง

9 กันยายน 2026 เข้าชม 545 ครั้ง

ปวดขมับสองข้างไม่ใช่ไมเกรนเสมอไป อาจเป็นปวดหัวจากความเครียด ปัญหาข้อต่อขากรรไกร ไซนัส หรือในผู้สูงอายุอาจเป็นสัญญาณโรคหลอดเลือดอักเสบที่ต้องรีบรักษา

ไมเกรนเรื้อรัง รักษาอย่างไรเมื่อยาแก้ปวดเอาไม่อยู่

ไมเกรนเรื้อรัง รักษาอย่างไรเมื่อยาแก้ปวดเอาไม่อยู่

9 กันยายน 2026 เข้าชม 735 ครั้ง

ปวดหัวไมเกรนบ่อยจนยาแก้ปวดเริ่มไม่ได้ผล อาจเข้าสู่ภาวะไมเกรนเรื้อรังแล้ว รู้จักทางเลือกการรักษาตั้งแต่ยาป้องกัน โบทูลินัมท็อกซิน ไปจนถึงยาต้าน CGRP