ยาฉีดระงับไมเกรน

19 มกราคม 2024

ยาฉีดระงับไมเกรน

CGRP คืออะไร?

CGRP หรือชื่อเต็มว่า Calcitonin Gene-Related Peptide เป็นสารสื่อประสาท (Neuropeptide) ที่มีหน้าที่สำคัญในการควบคุมความเจ็บปวดและการอักเสบของร่างกาย สามารถพบได้ทั่วร่างกาย แต่มักจะอยู่กันเยอะๆ ที่ระบบประสาทและ ระบบหัวใจและหลอดเลือด

 

CGRP ทำงานอย่างไร?

โดยเจ้าสารสื่อประสาทนี้จะมีความสำคัญเมื่อเกิดไมเกรน โดยเจ้า CGRP นี้จะถูกปล่อยออกมาจากเซลล์ประสาท Trigeminal มาจับกับตัวรับส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัว ส่งสัญญาณความปวดไปที่ระบบประสาทส่วนกลางและส่วนปลาย และจากการศึกษาพบว่ายิ่งระบบประสาทส่วนนี้ถูกกระตุ้นมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งทำให้ร่างกายไวต่อความปวดมากยิ่งขึ้นเท่านั้น รวมถึงการปล่อย CGRP ที่มีความเข้มข้นเพิ่มมากขึ้นเมื่อปวดไมเกรน

.

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาเพิ่มเติมว่า ตอนที่ปวดหัวไมเกรนกำเริบ ระดับของ CGRP ในเลือดของผู้ป่วยจะสูงขึ้น ดังนั้นเวลาที่ปวดหัวไมเกรนและได้รับยาแก้ปวดกลุ่มที่จำเพาะกับไมเกรน อย่างกลุ่ม Triptan จะช่วยลดระดับ CGRP ในเลือด เพราะตัวยาจะเข้าไปจับและกระตุ้นตัวรับเซราโทนิน (5HT receptor)ในสมอง ให้เกิดการหดตัวของหลอดเลือดและลดการอักเสบ

.

ยาที่ต้าน CGRP นี้จะมีอยู่ด้วยกัน 2 กลุ่ม

ได้แก่

กลุ่มที่ 1. CGRP receptor antagonists (ยากลุ่ม Gepants) ตอนนี้มีตัวยาออกมาแล้ว ชื่อว่า Rimegepant เป็นยาใหม่ที่ยังไม่เข้าไทย แต่มีจำหน่ายแล้วที่ประเทศอเมริกา 

.

กลุ่มที่ 2. CGRP function-blocking monoclonal antibodies (CGRP function-blocking mAbs) หรือยาฉีดที่ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง

.

ซึ่งกลุ่มที่ 2 นี้ จุดเด่นจะมีความจำเพาะต่อ CGRP หรือ CGRP receptor สูง ผลข้างเคียงน้อย อีกทั้งจากการศึกษาทางคลินิกในสัตว์แล้วไม่มีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจและระดับความดันโลหิต ปัจจุบันยากลุ่มนี้มีด้วยกัน 3 ชนิดได้แก่ fremanezumab, galcanezumab และ erenumab

.

ซึ่งชนิดที่ 1 fremanezumab กับ 2 galcanezumab จะเป็นประเภท humanized mAbs คือยาจะไปจับกับ CGRP โดยตรง (รูป Ref.ตรงกลาง)

แต่ชนิดที่ 3 erenumab จะเป็นประเภท fully human mAbs คือจะจับกับทั้ง CGRP โดยตรง และเข้าไปจับกับตัวรับ CGRP ด้วย (รูป Ref.ขวาสุด)

จึงทำให้การรักษาด้วยยาฉีดกลุ่มต้าน CGRP นี้เป็นการรักษาอาการปวดไมเกรนที่ต้นเหตุ กล่าวคือเข้าไปสยบตัวการการปวด บล็อก CGRP ไม่ให้ส่งสารความเจ็บปวดได้

 

ใครควรที่จะรับการรักษาด้วย anti-CGRP บ้าง?

  1. รักษาด้วยยาป้องกันชนิดอื่นๆ แล้วไม่เห็นผล
  2. ทนผลข้างเคียงตัวยาป้องกันชนิดอื่นๆ ไม่ได้
  3. ไมเกรนเรื้อรัง (ปวดศีรษะมากกว่า 15 วันต่อเดือน ติดต่อกัน 3 เดือน)

.

ผลการวิจัยต่างๆ 

จากการศึกษา Danish Headache Center ที่เดนมาร์ค ในคนไข้ไมเกรนเรื้อรัง (Chronic Migraine) ปวดไมเกรนมากกว่า 15-30 วันต่อเดือน จำนวน 300 คน ที่ได้ยา Erenumab พบว่า ผู้ป่วยมีการตอบสนองต่อยาตั้งแต่วันแรกที่ฉีด และมีการตอบสนองที่ชัดเจนมากขึ้นในสัปดาห์แรก 

.

และหลังจากที่มีการติดตามผู้ป่วยไปในระยะเดือนที่ 2 และเดือนที่ 3 พบว่า ผู้ป่วยกว่า 71% ที่มีอาการปวดศีรษะไมเกรนลดงลงจากเดือนก่อน 30% และกว่า 56% มีอาการปวดศีรษะลดลงเกิน 50% นั้นแปลได้ว่าถ้าคุณเป็นคนที่ปวดศีรษะทุกวันหรือเกือบทุกวัน การฉีดตัวยาที่ต้าน CGRP นี้จะมีโอกาสช่วยลดจำนวนวันปวดศีรษะให้ลดไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง

ดังนั้นจึงจะเห็นได้ว่า คำว่า CGRP กับไมเกรนนั้นมีความสัมพันธ์กันโดยตรง เพราะเจ้าตัวนี้แหละที่เป็นตัวกระตุ้นและสร้างความเจ็บปวดให้กับไมเกรน

 


 

แหล่งที่มา :

https://thejournalofheadacheandpain.biomedcentral.com/articles/10.1186/s10194-022-01433-9


 Footer Tele Blog - Ai (3).png

 



 

ผู้เขียนบทความ

Smile Migraine Expert Team

Smile Migraine Expert Team

ทีมเรียบเรียงบทความและข้อมูลสุขภาพเกี่ยวกับไมเกรน

กลับไปยังบล็อก

บทความอื่นที่คุณอาจสนใจ

ไมเกรนไม่ปวดหัว มีจริงไหม? เวียนหัวบ้านหมุนอาจเป็นสัญญาณ

ไมเกรนไม่ปวดหัว มีจริงไหม? เวียนหัวบ้านหมุนอาจเป็นสัญญาณ

23 กันยายน 2026 เข้าชม 493 ครั้ง

เป็นไมเกรนแต่ไม่ปวดหัวได้จริงไหม? รู้จักไมเกรนที่แสดงอาการเป็นเวียนหัว บ้านหมุน พร้อมวิธีแยกจากหินปูนในหูหลุด และสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์

ปวดขมับสองข้าง เกิดจากอะไร ต่างจากไมเกรนยังไง

ปวดขมับสองข้าง เกิดจากอะไร ต่างจากไมเกรนยังไง

9 กันยายน 2026 เข้าชม 603 ครั้ง

ปวดขมับสองข้างไม่ใช่ไมเกรนเสมอไป อาจเป็นปวดหัวจากความเครียด ปัญหาข้อต่อขากรรไกร ไซนัส หรือในผู้สูงอายุอาจเป็นสัญญาณโรคหลอดเลือดอักเสบที่ต้องรีบรักษา

ไมเกรนเรื้อรัง รักษาอย่างไรเมื่อยาแก้ปวดเอาไม่อยู่

ไมเกรนเรื้อรัง รักษาอย่างไรเมื่อยาแก้ปวดเอาไม่อยู่

9 กันยายน 2026 เข้าชม 800 ครั้ง

ปวดหัวไมเกรนบ่อยจนยาแก้ปวดเริ่มไม่ได้ผล อาจเข้าสู่ภาวะไมเกรนเรื้อรังแล้ว รู้จักทางเลือกการรักษาตั้งแต่ยาป้องกัน โบทูลินัมท็อกซิน ไปจนถึงยาต้าน CGRP