ทำไมยากลุ่ม Anti-CGRP ถึงใช้รักษาไมเกรนแล้วได้ผล

26 พฤศจิกายน 2024

ทำไมยากลุ่ม Anti-CGRP ถึงใช้รักษาไมเกรนแล้วได้ผล

ทำไมยากลุ่ม Anti-CGRP ถึงใช้รักษาไมเกรนแล้วได้ผล

ไมเกรนไม่ใช่แค่อาการปวดหัว หลายคนต้องเจอทั้งคลื่นไส้ เวียนศีรษะ หรืออาการนำ (Aura) เช่น เห็นแสงวูบวาบ หรือชาก่อนปวดหัว ความทรมานทั้งร่างกายและจิตใจแบบนี้ ทำให้การรักษาไมเกรนต้องเข้าใจกลไกของโรคให้ลึกถึงต้นตอ หนึ่งในวิธีที่ทันสมัยและได้ผลดีคือ ยากลุ่ม Anti-CGRP

 

 

Trigeminovascular System หัวใจของกลไกไมเกรน

ไมเกรนเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของ ระบบหลอดเลือดและเส้นประสาททริเจมินัล (Trigeminovascular System) ซึ่งประกอบด้วยเส้นประสาททริเจมินัลและหลอดเลือดในสมอง โดยเฉพาะบริเวณเยื่อหุ้มสมอง (meninges) และหลอดเลือดรอบสมอง

เมื่อระบบนี้ถูกกระตุ้น เช่น จากการอักเสบ การกระตุ้นทางกลไก หรือการเปลี่ยนแปลงในระบบประสาท จะเกิดการปล่อยสารสื่อประสาทสำคัญ 2 ตัว:

  • CGRP (Calcitonin Gene-Related Peptide) – ทำให้หลอดเลือดขยายตัว (vasodilation) และกระตุ้นตัวรับความรู้สึกปวด
  • Substance P – กระตุ้นการอักเสบและความเจ็บปวดในเส้นประสาท

การปล่อยสารเหล่านี้เองที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวรุนแรงอันเป็นลักษณะเด่นของไมเกรน

 

 

Anti-CGRP: การบล็อกการกระตุ้นที่ต้นเหตุ

ยากลุ่ม Anti-CGRP หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า "ยาฉีดพุง" ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาหนึ่งในกลไกสำคัญของการปวดไมเกรน ด้วยการบล็อกการทำงานของ CGRP ซึ่งมีบทบาทสำคัญในกระบวนการเกิดโรค โดยมีกลไกหลักดังนี้

  • ลดการขยายตัวของหลอดเลือด (Vasodilation) ยาเหล่านี้ลดผลของ CGRP ที่ทำให้หลอดเลือดขยายตัวในเยื่อหุ้มสมอง ซึ่งช่วยลดความรุนแรงของอาการปวดหัว
  • ลดการอักเสบในระบบหลอดเลือด การบล็อก CGRP ช่วยลดการอักเสบในบริเวณเยื่อหุ้มสมองที่เกิดจากการกระตุ้นของเส้นประสาททริเจมินัลต่อ mast cell ที่หลั่งสารอักเสบ
  • ลดการส่งสัญญาณการเจ็บปวด โดยไปจับตัวรับ CGRP ที่ Cell ที่ส่งต่อความรู้สึกปวดจากเส้นประสาทไทรเจอมินัลเข้าสู่สมอง

 

 

หลักฐานสนับสนุน

งานวิจัยเชิงระบบที่ทบทวนการใช้ยากลุ่ม Anti-CGRP ในผู้ป่วยไมเกรนหลายพันคน ยืนยันว่ายากลุ่มนี้มีความปลอดภัยและได้ผลดีในการป้องกันไมเกรน โดยช่วยลดทั้งความถี่และความรุนแรงของอาการปวดได้อย่างมีนัยสำคัญ¹ แม้ประสิทธิภาพจะแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย และผลข้างเคียงที่พบส่วนใหญ่ไม่รุนแรง²

 

 

สรุป

ยากลุ่ม Anti-CGRP จึงเป็นยาที่ตอบโจทย์การรักษาไมเกรน โดยมุ่งเน้นที่กลไกการเกิดโรคอย่างแม่นยำ การบล็อกการทำงานของ CGRP ไม่เพียงช่วยลดความรุนแรงของไมเกรน แต่ยังลดความถี่และเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ

การพิจารณาใช้ยากลุ่มนี้ควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์เฉพาะทางระบบประสาทและสมอง เพื่อความเหมาะสมกับอาการของแต่ละคน สามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางไมเกรนออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน Smile Migraine ได้เลยค่ะ

 

 

 

แหล่งอ้างอิงงานวิจัย

  1. PMC (2023). Efficacy and Safety of Anti-calcitonin Gene-Related Peptide (CGRP) Monoclonal Antibodies in Preventing Migraines: A Systematic Review. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC10586710/
  2. PMC (2024). Anti-CGRP and Anti-CGRP Receptor Monoclonal Antibodies for Migraine Prophylaxis: Retrospective Observational Study. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC10889238/

 

 

หมายเหตุ: ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกลไกการรักษา ไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล การพิจารณาใช้ยาต้องอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์

กลับไปยังบล็อก

บทความอื่นที่คุณอาจสนใจ

ไมเกรนไม่ปวดหัว มีจริงไหม? เวียนหัวบ้านหมุนอาจเป็นสัญญาณ

ไมเกรนไม่ปวดหัว มีจริงไหม? เวียนหัวบ้านหมุนอาจเป็นสัญญาณ

23 กันยายน 2026 เข้าชม 208 ครั้ง

เป็นไมเกรนแต่ไม่ปวดหัวได้จริงไหม? รู้จักไมเกรนที่แสดงอาการเป็นเวียนหัว บ้านหมุน พร้อมวิธีแยกจากหินปูนในหูหลุด และสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์

ปวดขมับสองข้าง เกิดจากอะไร ต่างจากไมเกรนยังไง

ปวดขมับสองข้าง เกิดจากอะไร ต่างจากไมเกรนยังไง

9 กันยายน 2026 เข้าชม 372 ครั้ง

ปวดขมับสองข้างไม่ใช่ไมเกรนเสมอไป อาจเป็นปวดหัวจากความเครียด ปัญหาข้อต่อขากรรไกร ไซนัส หรือในผู้สูงอายุอาจเป็นสัญญาณโรคหลอดเลือดอักเสบที่ต้องรีบรักษา

ไมเกรนเรื้อรัง รักษาอย่างไรเมื่อยาแก้ปวดเอาไม่อยู่

ไมเกรนเรื้อรัง รักษาอย่างไรเมื่อยาแก้ปวดเอาไม่อยู่

9 กันยายน 2026 เข้าชม 568 ครั้ง

ปวดหัวไมเกรนบ่อยจนยาแก้ปวดเริ่มไม่ได้ผล อาจเข้าสู่ภาวะไมเกรนเรื้อรังแล้ว รู้จักทางเลือกการรักษาตั้งแต่ยาป้องกัน โบทูลินัมท็อกซิน ไปจนถึงยาต้าน CGRP