ไมเกรนทางตา: อาการเตือนและวิธีการดูแลจากทีม Smile Migraine
ไมเกรนไม่ได้มีแค่อาการปวดหัว แต่ยังสามารถส่งผลต่อการมองเห็นได้ด้วย หลายคนที่เป็นไมเกรนอาจเคยมีอาการเตือนที่เกิดทางตา เช่น เห็นแสงวิบวับ เห็นจุดขาวคล้ายหิมะตก หรือบางครั้งถึงขั้นตามืดบอดชั่วคราว อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณว่าอาการปวดหัวไมเกรนกำลังจะตามมา แต่บางคนกลับไม่มีอาการปวดหัว แต่มีอาการทางตาเป็นหลัก ซึ่งเรียกว่า ไมเกรนทางตา
อาการนำของไมเกรน: Visual Aura และ Ocular Migraine
ไมเกรนทางตามีสองประเภทหลักๆ ที่ต้องรู้จักคือ Visual Aura และ Ocular Migraine แม้ชื่อจะคล้ายกัน แต่มีความแตกต่างกันเล็กน้อย:
Visual Aura: เป็นอาการที่พบได้บ่อยถึง 80% ของผู้ป่วยไมเกรน อาการนี้เกิดขึ้นในดวงตาทั้งสองข้างพร้อมกัน ผู้ป่วยอาจเห็นจุดดำๆ เคลื่อนที่ หรือเห็นแสงสว่างรอบจุดบอดที่เกิดขึ้นกลางสายตา โดยอาการจะกินเวลาประมาณ 5-60 นาที สาเหตุมาจาก Cortical Spreading Depression (CSD) ซึ่งเป็นคลื่นไมเกรนที่ส่งผลต่อสมองส่วนที่ควบคุมการมองเห็น
Ocular Migraine: เป็นอาการบกพร่องทางการมองเห็นในดวงตาข้างเดียว เช่น การเห็นแสงกระพริบ หรือเกิดจอมืดชั่วคราว อาการนี้กินเวลา 60 นาที และพบได้น้อยกว่า Visual Aura แม้จะไม่ได้ส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพดวงตาในระยะยาว แต่ก็สร้างผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การขับรถหรืออ่านหนังสือ กระบวนการการเกิด ยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่เชื่อกันว่าเกิดจากเส้นเลือดบริเวณจอประสาทตา เกิดการหดตัว และ เส้นประสาทเกิดการอักเสบนั่นเอง
วิธีการรักษาไมเกรนทางตา
การทานยาแก้ปวด: สามารถทานยาแก้ปวดตามระดับความรุนแรงของอาการ เช่น
- ปวดน้อย: กลุ่มพาราเซตามอล
- ปวดปานกลาง: กลุ่ม NSAIDs (ibuprofen, naproxen, aspirin) ควรทานพร้อมอาหารเพื่อลดผลข้างเคียงต่อกระเพาะอาหาร
- ปวดมาก: กลุ่ม ergotamine หรือ triptan (ห้ามทานร่วมกันภายใน 24 ชั่วโมง)
การทานยาป้องกันไมเกรน: หากปวดบ่อยกว่า 4 วัน/เดือน อาจต้องพิจารณายาป้องกัน ซึ่งมีหลายกลุ่มให้เลือกตามความเหมาะสมของแต่ละคน เช่น
- ยากลุ่มกันชัก ยาลดความดัน ยาต้านเศร้า หรือยาขยายหลอดเลือด
- ยากลุ่ม Anti-CGRP — ยาป้องกันรุ่นใหม่ที่ออกฤทธิ์บล็อกสาร CGRP ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้หลอดเลือดสมองขยายตัวและอักเสบในกระบวนการเกิดไมเกรน จึงรักษาได้ตรงจุดต้นเหตุมากกว่ายากลุ่มเดิมที่ออกฤทธิ์ทางอ้อม เหมาะกับผู้ที่ใช้ยาป้องกันแบบเดิมแล้วไม่ได้ผลหรือมีผลข้างเคียงมาก มีทั้งรูปแบบฉีดและรับประทาน
การเลือกยาป้องกันควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์เฉพาะทางระบบประสาทและสมอง เพื่อเลือกกลุ่มยาที่เหมาะกับอาการและสุขภาพของแต่ละคน
การปรับพฤติกรรมและหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น: หลีกเลี่ยงแสงจ้าที่อาจกระตุ้นอาการไมเกรน โดยการสวมแว่นที่มีเลนส์เฉพาะ เช่น FL-41 ที่ช่วยกรองแสงสีฟ้า-สีเขียวซึ่งเป็นตัวกระตุ้นอาการไมเกรนได้
สรุป
ไมเกรนทางตาแม้จะน่าตกใจเวลาเกิดขึ้น แต่ส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตาในระยะยาว การรักษามีทั้งยาบรรเทาอาการเฉียบพลัน ยาป้องกันหลายกลุ่มรวมถึงยากลุ่ม CGRP ที่เป็นทางเลือกใหม่ และการปรับพฤติกรรมหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น
หากมีอาการทางตาที่สงสัยว่าเกี่ยวข้องกับไมเกรน สามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางไมเกรนออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน Smile Migraine ได้เลยค่ะ





