โรคพังผืดกล้ามเนื้ออักเสบ
โรคยอดฮิตของคนวัยทำงาน “พังผืดกล้ามเนื้ออักเสบ” และเป็นโรคร่วมที่พบในชาวไมเกรนเป็นอันดับต้นๆ
พังผืดกล้ามเนื้ออักเสบ มักจะมากับ “จุดกดเจ็บ (trigger point)” เป็นจุดที่ไวต่อแรงกดมากๆ และอาจมีปวดร้าวลาม
ไปบริเวณอื่นของร่างกายได้ เราเรียกกันว่า “referred pain” (refer นั่นก็แปลว่า ส่งต่อ)

อย่างที่ชาวไมเกรนหลายๆคนเคยเป็นกดที่บ่าปวดร้าวไปท้ายทอย
หรือขมับ นั่นเอง
ก่อนอื่น เราลองมาเช็คกันก่อนว่า เรามีจุดกดเจ็บหรือไม่ โดยใช้ปลายนิ้วของเราคลำไปบนตัวกล้ามเนื้อที่มีอาการปวด เช่น บริเวณบ่าของเรา พอถ้าคลำไปแล้ว เจอก้อนแข็งๆ นั่นก็คือตัวกล้ามเนื้อที่เกร็งตัวเป็นลำ ถ้าลองกดค้างไว้ 5-10 วินาที เราจะพบว่า จะรู้สึกปวดตื้อๆ มีปวดลามไปบริเวณอื่น
มีนักวิจัย Calandre และคณะ ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับตัว Trigger point คนไข้ไมเกรน พบว่าจำนวนของจุดกดเจ็บ จะสัมพันธ์กับความถี่และความรุนแรงของอาการปวดศีรษะไมเกรนนั่นเอง นั่นก็หมายความว่าถ้ายิ่งจุดกดเจ็บของเรามีปริมาณที่มากจะทำให้ความถี่และความรุนแรงของอาการปวดศีรษะไมเกรน ก็จะมีระดับที่สูงไปด้วยนั่นเอง
ถ้าชาวไมเกรนทุกคนรู้ตัวและแก้ไขได้ไวก็จะเป็นอีกหนึ่งทางที่จะช่วยลดความถี่และสิ่งกระตุ้นไมเกรนไปในตัว
อาการปวดคอบ่าไหล่ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ให้มันอยู่กับเราจนเคยชิน จนร่างกายคิดว่านี่แหละคือสิ่งปกติ ไม่ต้องไปแก้ไข
โรคซึมเศร้า
ไมเกรนกับซึมเศร้าเจอพร้อมกันบ่อยบางคนเป็นไมเกรนเลยเศร้าซึม บางคน เป็นซึมเศร้า จนไมเกรนตามมา
ประมาณ 20% ของชาวไมเกรนเป็นซึมเศร้า ใช่แล้ว ชาวไมเกรน 10 คน เป็นซึมเศร้า 2 คน
![;;].png](https://storage.googleapis.com/smile-migraine-image-public-prod/strapi-cms/_e5d6be213f/_e5d6be213f.png)
ยีน หรือ DNA เป็นเกลียว รหัสพันธุกรรม ที่กำหนด รูปร่างหน้าตาคน และยังคลุมไปถึงปัญหาสุขภาพด้วยและ ซึมเศร้า กับ ไมเกรนก็เช่นกันในปี ค.ศ. 2010 นักวิจัย ได้รวบรวมข้อมูลของ รหัสพันธุกรรมชื่อ serotonin 5-HTTLPR polymorphism ที่มันจะคอยทำหน้าที่ในการรับส่งสารซึมเศร้า
คนที่มียีนนี้ผิดปกติ จะเกิดซึมเศร้าได้ง่ายแต่มันไม่ใช่ แค่ซึมเศร้าหนะสิ เพราะเจ้ารหัสพันธุกรรมนี้ ดันทำ
ให้เกิดไมเกรน มากกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า โดยเฉพาะในผู้หญิงเกิดมา บางคน จึง ไวเรื่องอารมณ์เป็นซึมเศร้า และ สมองไวจนเป็นไมเกรนนี่เอง เอ เราจะมียีนนี้อยู่ในตัวไหมนะ ?
โรคนอนไม่หลับ
นอนน้อยไปก็กระตุ้นไมเกรน ยิ่งตื่นมาในวันหยุดนะปวดตลอดเวลาจริงๆ
มีงานวิจัยได้ออกมาพูดว่าการนอนสามารถเป็นทั้งตัวกระตุ้นและตัวลดอาการปวดศีรษะได้ทั้งคู่ซึ่งตัวแปรที่มีผลในเรื่องของวงจรการนอนที่พบได้บ่อยนั่นก็คือ โรคนอนไม่หลับ นั่นเอง เป็นปัญหา
หนึ่งที่พบได้บ่อยมากที่สุดในชาวไมเกรนเชียวล่ะซึ่งจะรวมไปถึงความยากลำบากในการหลับ การตื่นเช้าและการนอนหลับที่ไม่สดชื่น

มีงานวิจัยได้บอกไว้ว่าโรคนอนไม่หลับจะสัมพันธ์กับอาการปวดศีรษะที่รุนแรงและซับซ้อนมากขึ้นนอกจากนั้น ผู้ป่วยไมเกรนเรื้อรังและนอนไม่หลับเพิ่มความ
เสี่ยงที่จะเป็นโรคทางอารมณ์และวิตกกังวลมากขึ้นด้วยนะ
วิธีการจัดการเบื้องต้น ได้แก่ นอนหลับพักผ่อน ประมาณ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เลี่ยงการทาน
คาเฟอีน หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องมือสื่อสาร ก่อนเข้านอนประมาณ 1 ชั่วโมง ปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการนอนมากที่สุด
ทานตัวช่วยนอนหลับ อย่างเช่น เมลาโทนินแต่ควรทานเฉพาะ
วันที่รู้สึกว่านอนไม่หลับจริงๆ
ถ้าการนอนของเราเริ่มมีปัญหา มีสัญญาเตือนมาลางๆ ควรที่จะ
เริ่มปรับพฤติกรรมการนอนหลับ หรือหากรุนแรงมากกว่านั้น ให้รีบปรึกษาแพทย์ ร่วมด้วยนะชาวไมเกรน
โรควิตกกังวล
ชาวไมเกรนรู้หรือไม่ “โรควิตกกังวล” เป็นโรคร่วมทางอารมณ์ที่สามารถพบได้มากที่สุดในผู้ป่วยไมเกรน ซึ่งมากถึง 30% เลยนะ!
ไมเกรนและวิตกกังวล เป็นความสัมพันธ์แบบสองทิศทาง “เป็นไมเกรนแล้ววิตกกังวล พอวิตกกังวล ก็เป็นไมเกรน” และผู้ที่เป็นโรควิตกกังวลร่วมกับไมเกรน มีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้าเพิ่มขึ้นมากถึง 40% เชียวแหละ

จากงานวิจัยพบว่าโรควิตกกังวลมักจะพบร่วมกับชาวไมเกรนที่ปวดเรื้อรัง มากไปกว่านั้นมักพบในชาวไมเกรนที่มีออร่าร่วมด้วย
มีงานวิจัยในต่างประเทศในปี 2017 ได้นำแมกนีเซียมมาช่วยในการลดวิตกกังวลร่วมด้วย เพราะตัวแมกนีเซียมจะไปช่วยให้สมองของเราในส่วนที่ควบคุมอารมณ์เกิดความสมดุลเพิ่มมาก
ยิ่งขึ้น นั่นก็คือ “ไฮโปทาลามัส”แมกนีเซียมนี่นอกจากจะลดไมเกรน ยังลดวิตกกังวลได้อีกด้วย
นอกจากนั้นวิธีจัดการกับ “โรควิตกกังวล” มีหลักๆอยู่ 3 วิธี ได้แก่พยายามพูดคุยสื่อสารความคิดและอารมณ์ตัวเองออก
มาให้คนรอบข้างฟังปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมที่จะทำให้มีความกังวล
เพิ่มมากขึ้นปรึกษาคุณหมอเกี่ยวกับการทานยาเพื่อลดวิตกกังวล
ร่วมด้วย
โรคนอนกรน
การนอนสามารถเป็นทั้งตัวกระตุ้นและตัวลดอาการปวดศีรษะได้ ทั้งคู่ ซึ่งตัวแปรที่มีผลในเรื่องของวงจรการนอน นอกจาก เรื่องนอนไม่หลับ นั่นก็คือ ภาวะนอนกรน นั่นเอง

ภาวะนอนกรน เกิดจากอะไรบ้าง?!
ระบบทางเดินหายใจส่วนบนตีบแคบ เมื่อเรานอนหลับ กล้ามเนื้อต่างๆในช่องปากของเราจะผ่อยคลายและปิดกั้นทางเดินหายใจ ทำให้เกิดเป็นเสียงกรนขึ้นภาวะอ้วน เนื่องมาจากในคนอ้วนจะมีโครงสร้างคางที่สั้น ทำให้ทางเดินหายใจส่วนต้นบริเวณโคนลิ้นและเพดานปาก หย่อนลง จึงตกลงไปปิดทางเดินหายใจได้ท่านอนหงายราบ ทำให้ผลจากแรงโน้มถ่วงส่งผลให้ทาง
เดินหายใจเกิดการตีบแคบ
“ภาวะนอนกรน” มักจะสัมพันธ์กับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งสามารถเพิ่มความถี่ของอาการปวดศีรษะไมเกรนได้
นั่นเป็นเพราะ สมองของเราอาจจะได้รับออกซิเจนที่ไม่เพียงพอ
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอน จึงมีความสำคัญมากๆ เพราะนอกจากจะทำให้การนอนมีประสิทธิภาพแล้วก็จะสามารถ
ลดความเสี่ยงในการเป็นไมเกรนเรื้อรังได้อีกด้วย นอกจากนั้น
ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบถึงภาวะนอนกรน เพื่อได้รับการวิเคราะห์
การนอนหลับต่อไปน้า




