ก้มหัวแล้วปวดทุกที เป็นโรคอะไรกันแน่

25 มิถุนายน 2024

ก้มหัวแล้วปวดทุกที เป็นโรคอะไรกันแน่

ก้มหัวแล้วปวดทุกที เป็นโรคอะไรกันแน่?

โรคปวดศีรษะเป็นอาการที่พบได้บ่อยในคนทั่วไป บางครั้งอาจเป็นเพียงอาการปวดชั่วคราวจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด หรือจากปัจจัยกระตุ้นต่างๆ แต่ในบางกรณี อาการปวดศีรษะอาจความสัมพันธ์กับท่าทางหรือการเคลื่อนไหวของศีรษะและคอ เช่น การก้ม การเงย หรือการเคลื่อนไหวคอ วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงสาเหตุของอาการปวดหัวที่สัมพันธ์กับท่าทาง โดยเฉพาะอาการปวดหัวเมื่อก้มศีรษะ ซึ่งอาจเกิดจากโรคปวดศีรษะปฐมภูมิ เช่น ไมเกรน หรืออาการปวดศีรษะที่เกี่ยวข้องกับบริเวณคอ รวมถึงภาวะบางอย่างทึควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม

 

สาเหตุของอาการปวดศีรษะเมื่อก้ม

1. ภาวะปวดศีรษะจากโครงสร้างบริเวณคอ (Cervicogenic headache)

ภาวะนี้อาจเกิดจากโครงสร้างบริเวณคอ เช่น ข้อต่อ หรือโครงสร้างของกระดูกคอส่วนบน โรคที่พบบ่อยคือกระดูกต้นคอเสื่อม (cervical spondylosis) โดยผู้ป่วยมักมีอาการปวดคอร่วมด้วย ลักษณะตื้อ หนักๆ แน่นบริเวณท้ายทอย และอาจร้าวขึ้นศีรษะด้านบน โดยถูกกระตุ้นได้ด้วยการเคลื่อนไหวคอในบางท่า ในบางรายอาจมีการเคลื่อนไหวคอได้จำกัดร่วมด้วย ทั้งนี้กระดูกคอเสื่อมพบได้มากขึ้นตามอายุ และการพบว่ากระดูกคอเสื่อมจากภาพเอกซเรย์ หรือ MRI ก็ไม่ได้แสดงว่าความผิดปกติที่พบเป็นสาเหตุของอาการปวดศีรษะเสมอไป เพราะกระดูกคอเสื่อมก็อาจไม่มีอาการเลย การพบภาพเอกซเรย์ว่ากระดูกเสื่อมจึงไม่สามารถยืนยันว่ากระดูกคอเสื่อมเป็นสาเหตุของอาการปวดศีรษะ แพทย์ต้องพิจารณาร่วมกับประวัติ และการตรวจร่างกายเสมอ หากมีอาการปวดคอหรือตึงคอร่วมด้วย การทำกายภาพบำบัด การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและการควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อคอและสะบัก รวมถึงการปรับท่าทาง อาจเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคคล

 

2. ไมเกรน

ไมเกรนเป็นโรคปวดศีรษะปฐมภูมิที่พบได้บ่อย ทมีลักษณะสำคัญคือ ปวดศีรษะเป็นครั้งๆโดยมักปวดระดับปานกลางถึงรุนแรง อาจปวดข้างเดียว ลักษณะตุ๊บๆ และมักปวดรุนแรงขึ้นเมื่อทำกิจกรรมตามปกติ นอกจากนี้อาจมีคลื่นไส้ อาเจียน หรือไวต่อแสงและเสียงร่วมด้วย ในผู้ป่วยจำนวนหนึ่งสามารถมี อาการปวดหรือตึงต้นคอร่วมด้วย และอาการคอตึงอาจเกิดขึ้นเป็นอาการนำ หรือพร้อมกับการกำเริบของไมเกรนได้ ดังนั้นการมีอาการปวดตึงคอร่วมกับปวดศีรษะจึงไม่ได้หมายความว่าอาการเกิดจากกระดูกคอเสมอไป ในช่วงที่ไมเกรนกำเริบ การเคลื่อนไหวหรือทำกิจกรรมต่างๆรวมถึงการก้มศีรษะ อาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าปวดมากขึ้นได้ ดังนั้นหากอาการโดยรวมเข้าได้กับไมเกรน ก็อธิบายเหตุของอาการก้มแล้วปวดได้

 

3. อาการปวดจากกล้ามเนื้อและพังผืด (Myofascial pain)

อาการปวดจากกล้ามเนื้อและพังผืด บริเวณคอและบ่า หรือ office syndrome อาจทำให้ปวดมากขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหวคอ เช่น การก้มศีรษะ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการตึงหรือกดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้ออยู่เดิม แนะนำให้ยืดกล้ามเนื้อคอ หลีกเลี่ยงการอยู่ท่าเดิมนานๆ การรักษาอาจใช้การกายภาพบำบัด และอาจใช้การฝังเข็ม (dry needling) ร่วม

 

4. สาเหตุอื่นทางระบบประสาทและแรงดันในกะโหลกศีรษะ

ในผู้ป่วยบางรายที่มีพยาธิสภาพภายในสมอง หรือกะโหลกศีรษะ การไอ จาม เบ่ง รวมถึงการก้มศีรษะอาจกระตุ้นให้มีอาการปวดศีรษะมากขึ้น หากอาการดังกล่าวเป็นอาการใหม่ และมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดศีรษะมากขึ้นเรื่อยๆ มีอาการตามัว หรือเห็นภาพซ้อน มีเดินเซ อ่อนแรง พูดผิดปกติ มีไข้ หรือซึมลง ควรพบแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม ทั้งนี้การตรวจ MRI หรือ CT สมองไม่จำเป็นในผู้ป่วยที่ปวดศีรษะทุกราย แต่แพทย์จะพิจารณาตามลักษณะของอาการ ปัจจัยเสี่ยง และการตรวจร่างกาย

นอกจากนี้ภาวะไซนัสอักเสบก็เป็นสาเหตุให้ก้มศีรษะแล้วปวดมากขึ้นได้ แต่ผู้ป่วยจะมีอาการของไซนัสอักเสบอื่น กล่าวคือ ปวดแน่นตึ๊บๆ บริเวณใบหน้า หน้าผาก หัวคิ้ว หรือโหนกแก้ม และมักพบร่วมกับอาการคัดจมูก น้ำมูกข้น การรับกลิ่นลดลง ไอ หรือมีไข้ได้

 

เมื่อไรควรพบแพทย์

ในผู้ป่วยที่ก้มศีรษะและมีอาการปวดหัว ควรพบแพทย์เพื่อให้การซักประวัติตรวจร่างกายเพื่อให้ได้การวินิจฉัย เนื่องจากในแต่ละภาวะมีการรักษาที่แตกต่างกันออกไป

ทั้งนี้หากมีอาการปวดศีรษะแบบใหม่ อาการรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ปวดมากขึ้นเวลาไอ จาม หรือเบ่ง มีตามัว ภาพซ้อน มีแขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด เดินเซ มีไข้ มีประวัติมะเร็งอยู่เดิม หรือปวดศีรษะหลังได้รับอุบัติเหตุ ควรรีบพบแพทย์โดยเร็วเพราะอาจมีภาวะที่เร่งด่วนในการรักษา

 

การดูแลตัวเอง

ขึ้นกับสาเหตุข้างต้น ทั้งนี้โดยทั่วไปแนะนำให้

  1. การปรับท่าทางและพฤติกรรม: การหลีกเลี่ยงการอยู่ในท่าก้มคอเป็นเวลานาน โดยเฉพาะการใช้โทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ และควรเปลี่ยนอิริยาบถเป็นระยะ การนั่งทำงานควรอยู่ในท่าที่ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์คือการนั่งในท่าที่หลังตรงและเท้าอยู่บนพื้น ปรับระดับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา เป็นต้น
     
  2. การออกกำลังกาย: การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อสุขภาพโดยรวม ทั้งยังช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและลดความเครียด เสริมการออกกำลังกายที่เสริมสร้างกล้ามเนื้อคอและบ่า รวมถึงการยืดกล้ามเนื้อบริเวณคออย่างเหมาะสม นอกจากนี้การเลือกทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ เช่น การเดิน การว่ายน้ำ หรือการปั่นจักรยานจะช่วยให้การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่สนุกและสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง
     
  3. การนอนหลับให้เพียงพอ: การพักผ่อนให้เพียงพอและการนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญในการลดความเครียดและอาการปวดหัว การเข้านอนและตื่นในเวลาเดียวกันทุกวัน การหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอน และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบสำหรับการนอนหลับจะช่วยให้การพักผ่อนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
     
  4. การบริโภคอาหารและดื่มน้ำให้เพียงพอ: การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ การหลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารกระตุ้น เช่น คาเฟอีน แอลกอฮอล์ นอกจากนี้ การดื่มน้ำให้เพียงพอและการรับประทานอาหารเป็นเวลาจะช่วยรักษาสมดุลของร่างกายและลดความเสี่ยงในการเกิดอาการปวดหัวจากไมเกรนได้
     
  5. การจัดการความเครียด: การจัดการความเครียดเป็นสิ่งสำคัญในการลดอาการปวดหัว การใช้เทคนิคการผ่อนคลาย เช่น การทำโยคะ การทำสมาธิ หรือการหากิจกรรมที่ช่วยลดความเครียด เช่น การอ่านหนังสือ การฟังเพลง หรือการทำงานอดิเรกจะช่วยให้จิตใจผ่อนคลายและลดอาการปวดหัวได้
     
  6. กายภาพบำบัด การทำกายภาพบำบัดเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ร่วมกับการยืดกล้ามเนื้ออาจช่วยลดอาการปวดและเพิ่มการเคลื่อนไหวของคอ
     
  7. การใช้ยา: อาจพิจารณาใช้ยาแก้ปวดและยาต้านการอักเสบเพื่อบรรเทาอาการปวดตามความเหมาะสม โดยควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร

     

สรุป

“ก้มหัวแล้วปวดทุกที” ไม่ได้ชี้เฉพาะว่าเป็นโรคกระดูกคอหรือโรคใดโรคหนึ่ง อาการดังกล่าวอาจพบในผู้ป่วยไมเกรน หรือผู้ที่มีอาการปวดศีรษะที่มีต้นกำเนิดจากคอรวมถึงอาจพบในภาวะอื่นที่ต้องประเมินเพิ่มเติม การพบกระดูกคอเสื่อมจากภาพเอกซเรย์ หรือ MRI เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าเป็นสาเหตุของอาการปวดศีรษะ ดังนั้นหากมีอาการปวดศีรษะเมื่อก้ม ควรพิจารณาลักษณะอาการปวด อาการปวดคอร่วมด้วยหรือไม่ อาการร่วมอื่นๆ หากเป็นอาการใหม่ อาการรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หรือมีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์เพื่อประเมินอย่างเหมาะสม

文章作者

博士 Pannathat Soontrapa

博士 Pannathat Soontrapa

神經內科專科醫師 · Med. Lic. No. 41575

查看醫師檔案 →
返回部落格

你可能也感興趣的文章

ไมเกรนไม่ปวดหัว มีจริงไหม? เวียนหัวบ้านหมุนอาจเป็นสัญญาณ

ไมเกรนไม่ปวดหัว มีจริงไหม? เวียนหัวบ้านหมุนอาจเป็นสัญญาณ

23 九月 2026 374 次觀看

เป็นไมเกรนแต่ไม่ปวดหัวได้จริงไหม? รู้จักไมเกรนที่แสดงอาการเป็นเวียนหัว บ้านหมุน พร้อมวิธีแยกจากหินปูนในหูหลุด และสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์

ปวดขมับสองข้าง เกิดจากอะไร ต่างจากไมเกรนยังไง

ปวดขมับสองข้าง เกิดจากอะไร ต่างจากไมเกรนยังไง

9 九月 2026 530 次觀看

ปวดขมับสองข้างไม่ใช่ไมเกรนเสมอไป อาจเป็นปวดหัวจากความเครียด ปัญหาข้อต่อขากรรไกร ไซนัส หรือในผู้สูงอายุอาจเป็นสัญญาณโรคหลอดเลือดอักเสบที่ต้องรีบรักษา

ไมเกรนเรื้อรัง รักษาอย่างไรเมื่อยาแก้ปวดเอาไม่อยู่

ไมเกรนเรื้อรัง รักษาอย่างไรเมื่อยาแก้ปวดเอาไม่อยู่

9 九月 2026 720 次觀看

ปวดหัวไมเกรนบ่อยจนยาแก้ปวดเริ่มไม่ได้ผล อาจเข้าสู่ภาวะไมเกรนเรื้อรังแล้ว รู้จักทางเลือกการรักษาตั้งแต่ยาป้องกัน โบทูลินัมท็อกซิน ไปจนถึงยาต้าน CGRP