Tramadol ใช้ไม่ถูกระวังติด

25 มกราคม 2024

Tramadol ใช้ไม่ถูกระวังติด

ทรามาดอล (Tramadol) ยาแก้ปวดไมเกรนที่ต้องระวัง: ออกฤทธิ์อย่างไร และทำไมถึงเสี่ยง "ติดยา"

สำหรับชาวไมเกรนหลายคน "ยาแก้ปวด" แทบจะเป็นของที่ต้องพกติดกระเป๋าไว้ตลอด เพราะเวลาปวดขึ้นมาทีมันทรมานจนทำอะไรไม่ได้เลย พอมีใครบอกว่ายี่ห้อไหนแรง ตัวไหนเอาอยู่ เราก็อยากลองหามาติดบ้านไว้ นั่นเป็นความรู้สึกที่หมอเข้าใจดีค่ะ

แต่มียาแก้ปวดกลุ่มหนึ่งที่หมออยากชวนทำความรู้จักให้ลึกขึ้น นั่นคือ ทรามาดอล (Tramadol) — ยาแคปซูลสีเขียว-เหลืองที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี หลายคนเคยซื้อจากร้านขายยามาทานเองเวลาปวดหนัก ๆ ยาตัวนี้ช่วยลดปวดได้จริง แต่ก็เป็นยาที่ต้องใช้ด้วยความเข้าใจ เพราะถ้าใช้ผิดวิธีหรือใช้บ่อยเกินไป อาจนำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่กว่าอาการปวดไมเกรนเดิมเสียอีก

บทความนี้หมอจะพาไปดูตั้งแต่ว่า Tramadol คืออะไร ออกฤทธิ์อย่างไร ผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง ไปจนถึงภาวะ "ติดยาแก้ปวด" ที่ชาวไมเกรนควรรู้จักและสังเกตตัวเองไว้

 

 

ทรามาดอล (Tramadol) คืออะไร?

ทรามาดอลเป็นยาแก้ปวดในกลุ่ม โอปิออยด์ (Opioids) ซึ่งเป็นอนุพันธ์ที่มีต้นทางมาจากฝิ่น ใช้สำหรับบรรเทาอาการปวดในระดับ ปานกลางถึงรุนแรง โดยมีกลไกคล้ายมอร์ฟีน

แต่จุดที่ต่างจากมอร์ฟีนคือ ทรามาดอลระงับปวดได้น้อยกว่ามอร์ฟีนราว 5–20 เท่า ด้วยเหตุนี้จึงไม่ได้ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม "ยาเสพติดให้โทษ" และยังพอหาซื้อได้ตามร้านขายยา อย่างไรก็ตาม ความที่หาง่ายนี่เองที่ทำให้หลายคนประเมินความเสี่ยงของมันต่ำเกินไป

 

 

Tramadol ออกฤทธิ์อย่างไรในร่างกายเรา

เมื่อเราทานทรามาดอลเข้าไป ตัวยาจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด และเปลี่ยนเป็นรูปแบบที่ออกฤทธิ์ได้ (active form) ที่บริเวณตับ จากนั้นตัวยาจะทำหน้าที่คล้ายกับสาร เอ็นโดรฟิน (Endorphin) ในสมอง โดยไปยับยั้งตัวรับ (receptors) ที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกเจ็บปวดในระบบประสาทส่วนกลาง ผลที่ได้คือเรารู้สึกปวดน้อยลง และเมื่อร่างกายใช้ยาหมดแล้ว ก็จะขับออกทางปัสสาวะ

ในแง่ของระยะเวลา:

  • เริ่มออกฤทธิ์: ประมาณ 1 ชั่วโมงหลังทาน
  • ควบคุมอาการปวดได้: ประมาณ 6–9 ชั่วโมง
  • ขนาดยาสูงสุด: ไม่ควรเกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน
  • การทานซ้ำ: หากอาการยังไม่ทุเลา ทานซ้ำได้เมื่อเวลาผ่านไป 4–6 ชั่วโมง

 

 

ผลข้างเคียงของทรามาดอลที่ควรรู้

ข้อดีอย่างหนึ่งของทรามาดอลคือ ไม่กัดกระเพาะเหมือนยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์) แต่ก็มีผลข้างเคียงในแบบของตัวเองที่พบได้ในบางราย เช่น

  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • เวียนศีรษะ หน้ามืด

และสิ่งที่หมออยากเน้นย้ำที่สุดคือ การนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ที่พบได้บ่อย เช่น การนำตัวยาไปผสมกับเครื่องดื่มต่าง ๆ ทั้งน้ำอัดลม แอลกอฮอล์ หรือเครื่องดื่มชูกำลัง การใช้ในลักษณะนี้จะทำให้ผู้ใช้รู้สึกเคลิบเคลิ้ม จนเกิดความต้องการอยากใช้ทุกวัน เมื่อไม่ได้ใช้ก็อาจเกิดภาวะถอนยา และในบางรายผลข้างเคียงรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ นี่เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ

 

 

ทำไมยาแก้ปวดไมเกรนถึงเสี่ยง "ติดยา"?

อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนอาจสงสัยว่า ในเมื่อมันช่วยระงับปวดไมเกรนหนัก ๆ ได้ แล้วทำไมต้องระวังเรื่องการติดยาด้วย?

คำตอบอยู่ที่ธรรมชาติของยากลุ่มโอปิออยด์เองค่ะ เพราะฤทธิ์ของสารกลุ่มนี้จะเข้าไปกดประสาท ทำให้รู้สึกเคลิบเคลิ้มและบรรเทาความเจ็บปวด เมื่อร่างกายเริ่มคุ้นชิน จึงต้องการปริมาณยาที่มากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้ได้ผลเท่าเดิม

โดยเฉพาะเมื่อมีประวัติ ใช้ยาติดต่อกันมากกว่า 10 วันต่อเดือน และต่อเนื่องนานกว่า 3 เดือน ร่างกายจะเรียกร้องปริมาณยาที่เพิ่มขึ้นจนเกิดภาวะติดยาแก้ปวดได้ ภาวะนี้มีชื่อทางการแพทย์ว่า Medication Overuse Headache (MOH) หรือ "อาการปวดศีรษะจากการใช้ยาแก้ปวดเกินขนาด" ซึ่งกลายเป็นวงจรที่ยิ่งกินยา ยิ่งปวด

 

 

สังเกตตัวเองอย่างไร ว่ากำลังมีภาวะติดยาแก้ปวด (MOH)

หมอมีวิธีสังเกตตัวเองง่าย ๆ มาฝาก ลองเช็กดูว่าคุณมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วยหรือเปล่า

  • ตื่นมาตอนเช้าก็ปวดหัวแล้ว
  • ปวดหัวบ่อยขึ้นกว่าเดิม
  • เริ่มมีแนวโน้มไม่ตอบสนองต่อยาแก้ปวด
  • อาการดีขึ้นเมื่อทานยา แต่พอยาหมดฤทธิ์ อาการปวดก็กลับมาเหมือนเดิม
  • ปวดหัวแม้จะไม่มีสิ่งกระตุ้น

และเกณฑ์สำคัญคือ ประวัติการใช้ยา ดังนี้

  • ใช้ยาแก้ปวด กลุ่มจำเพาะไมเกรน มากกว่า 10 วันต่อเดือน ติดต่อกันเกิน 3 เดือน หรือ
  • ใช้ยาแก้ปวด ที่ไม่จำเพาะกับไมเกรน มากกว่า 15 วันต่อเดือน ติดต่อกันเกิน 3 เดือน

ถ้าคุณเข้าข่ายเหล่านี้ หมอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง อย่าเพิ่งตกใจไปนะคะ เพราะภาวะนี้มีทางแก้ไขได้ แต่ต้องทำอย่างถูกวิธี

 

 

ถอนยาแก้ปวดอย่างปลอดภัย ต้องทำภายใต้แพทย์เท่านั้น

สิ่งที่หมออยากย้ำมาก ๆ คือ การ "หักดิบ" หยุดยาเองทันที ไม่ใช่ทางเลือกที่ดี เพราะในช่วงวันแรก ๆ ของการถอนยา ระดับอาการปวดศีรษะอาจพุ่งสูงจนทรมานได้ การถอนยาจึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสมอ

โดยทั่วไป กระบวนการถอนยาจะมีขั้นตอนประมาณนี้

  1. หยุดยาแก้ปวดตัวที่ติด เป็นระยะเวลาประมาณ 7–10 วัน
  2. แพทย์พิจารณาจ่ายยาสเตียรอยด์ระยะสั้น เพื่อช่วยระงับกระบวนการปวด เป็นระยะเวลาประมาณ 7 วัน
  3. ทานยาป้องกันไมเกรนกลุ่มมาตรฐานควบคู่กันไป เพื่อลดความไวของสมองและความไวต่อสิ่งกระตุ้น ต่อเนื่องประมาณ 4–6 เดือน

การรักษาแบบนี้ช่วยให้สมองค่อย ๆ กลับมาตอบสนองตามปกติ และตัดวงจรของอาการปวดที่เกิดจากยาได้อย่างยั่งยืนกว่าการทนกินยาแก้ปวดไปเรื่อย ๆ ค่ะ

 

 

สรุป: ยาแก้ปวดคือตัวช่วย ไม่ใช่การรักษาที่ต้นเหตุ

ทรามาดอลและยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ช่วยบรรเทาอาการปวดไมเกรนได้จริง แต่มันคือ "ตัวช่วยเฉพาะหน้า" ไม่ใช่การรักษาไมเกรนที่ต้นเหตุ การพึ่งพายาแก้ปวดบ่อยเกินไปกลับกลายเป็นการเปิดประตูสู่ภาวะติดยาและอาการปวดหัวเรื้อรัง

หัวใจของการดูแลไมเกรนในระยะยาวคือ การรักษาเชิงป้องกัน ควบคู่กับการใช้ยาแก้ปวดอย่างเหมาะสม ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เฉพาะทางระบบประสาทและสมอง เพื่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว

หากใครกำลังกังวลว่าตัวเองใช้ยาแก้ปวดบ่อยเกินไป หรืออยากปรึกษาเรื่องแนวทางการรักษาไมเกรน สามารถทำนัดปรึกษาแพทย์ออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน Smile Migraine ได้เลยนะคะ ทีมแพทย์เฉพาะทางของเรายินดีดูแลค่ะ
 

บทความโดย พญ.กนกรัตน์ สุวรรณละออง Smile Migraine — ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางไมเกรนออนไลน์

 

 

 

Footer Tele Blog - Ai (7).png
 

About the author

Dr. Kanokrat Suwanlaong

Dr. Kanokrat Suwanlaong

Neurologist · Med. Lic. No. 25110

View doctor profile →
Back to Blog

You might also like (or Related articles)

ไมเกรนไม่ปวดหัว มีจริงไหม? เวียนหัวบ้านหมุนอาจเป็นสัญญาณ

ไมเกรนไม่ปวดหัว มีจริงไหม? เวียนหัวบ้านหมุนอาจเป็นสัญญาณ

23 September 2026 410 views

เป็นไมเกรนแต่ไม่ปวดหัวได้จริงไหม? รู้จักไมเกรนที่แสดงอาการเป็นเวียนหัว บ้านหมุน พร้อมวิธีแยกจากหินปูนในหูหลุด และสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์

ปวดขมับสองข้าง เกิดจากอะไร ต่างจากไมเกรนยังไง

ปวดขมับสองข้าง เกิดจากอะไร ต่างจากไมเกรนยังไง

9 September 2026 552 views

ปวดขมับสองข้างไม่ใช่ไมเกรนเสมอไป อาจเป็นปวดหัวจากความเครียด ปัญหาข้อต่อขากรรไกร ไซนัส หรือในผู้สูงอายุอาจเป็นสัญญาณโรคหลอดเลือดอักเสบที่ต้องรีบรักษา

ไมเกรนเรื้อรัง รักษาอย่างไรเมื่อยาแก้ปวดเอาไม่อยู่

ไมเกรนเรื้อรัง รักษาอย่างไรเมื่อยาแก้ปวดเอาไม่อยู่

9 September 2026 739 views

ปวดหัวไมเกรนบ่อยจนยาแก้ปวดเริ่มไม่ได้ผล อาจเข้าสู่ภาวะไมเกรนเรื้อรังแล้ว รู้จักทางเลือกการรักษาตั้งแต่ยาป้องกัน โบทูลินัมท็อกซิน ไปจนถึงยาต้าน CGRP