Khloé Kardashian กับวิธีรักษาไมเกรนเรื้อรังด้วย Rimegepant

27 พฤษภาคม 2025

Khloé Kardashian กับวิธีรักษาไมเกรนเรื้อรังด้วย Rimegepant

Khloé Kardashian กับเส้นทางการต่อสู้ไมเกรนกว่า 20 ปี

ไมเกรน (Migraine) ไม่ใช่แค่ "อาการปวดหัว" ธรรมดา แต่คือภาวะทางระบบประสาทที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีแนวโน้มเป็นมากกว่าผู้ชายถึง 3 เท่า

 

 

หนึ่งในผู้ที่เปิดเผยประสบการณ์การใช้ชีวิตกับไมเกรนคือ Khloé Kardashian คนดังระดับโลกที่ต้องเผชิญกับไมเกรนตั้งแต่สมัยเรียนประถม และใช้เวลากว่า 20 ปี ในการหาทางบรรเทาอาการเรื้อรังที่รุนแรงถึงขั้นต้องยกเลิกงานหรือถ่ายรายการบ่อยครั้ง

“When I get a migraine, I just have to lie still in a dark room. It makes me feel isolated and completely out of control.”

เวลามีไมเกรน ฉันแค่ต้องนอนนิ่ง ๆ อยู่ในที่มืด มันทำให้ฉันรู้สึกโดดเดี่ยวและควบคุมอะไรไม่ได้เลย — Khloé Kardashian

 

 

27.05.25- Single Ads - SEO1.png

 

 

อาการไมเกรนที่กำเริบบ่อยครั้ง ทำให้ Khloé รู้สึกเหมือนชีวิตถูกจำกัด ทั้งบทบาทความเป็นแม่ คนทำงาน และผู้หญิงคนหนึ่งที่อยากใช้ชีวิตอย่างปกติ เธอเล่าว่าการมีไมเกรนทำให้เธอต้องหาทางรักษาหลายรูปแบบ ทั้งวิธีทางธรรมชาติ การใช้ยา ไปจนถึงปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่อง

 

 

จุดเปลี่ยนจากประสบการณ์ตรง: เมื่อ Khloé พบทางออกจากไมเกรน

หลังจากลองวิธีรักษาหลายแบบโดยไม่เห็นผลชัดเจน Khloé ได้เริ่มใช้ยา Nurtec ODT (Rimegepant) ซึ่งเป็น ยาเม็ดละลายใต้ลิ้น ที่ออกฤทธิ์เร็วและไม่ต้องใช้น้ำดื่มช่วยกลืน

 “Nurtec ODT helps me get back to being a mom, being at work, and being present for the people I love.”

ยา Nurtec ODT ช่วยให้ฉันกลับไปทำหน้าที่แม่ ทำงาน และมีเวลาให้กับคนที่ฉันรักได้อีกครั้ง — Khloé Kardashian

 

 

27.05.25- Single Ads - SEO.png

 

 

ยานี้กลายเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เธอกลับมาควบคุมชีวิตได้อีกครั้ง และไม่ต้องปล่อยให้ไมเกรนเป็นฝ่ายชนะ

Rimegepant คืออะไร ทำไมถึงช่วย Khloé ได้?

Rimegepant คือยาในกลุ่ม CGRP receptor antagonist ซึ่งยับยั้งการทำงานของสารสื่อประสาท CGRP ที่กระตุ้นหลอดเลือดในสมองให้ขยายตัวและส่งสัญญาณปวดหัว ยานี้จึงช่วยลดความไวของเส้นประสาทและอาการปวดจากไมเกรนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่กระทบต่อหลอดเลือดเหมือนทริปแทน

คุณสมบัติเด่นของ Rimegepant:

คุณสมบัติรายละเอียด
ออกฤทธิ์เร็วบรรเทาอาการไมเกรนได้ภายใน 1 ชั่วโมง
ผลลัพธ์ยาวนานออกฤทธิ์ได้นานสูงสุด 48 ชั่วโมง
ใช้งานง่ายเป็นเม็ดที่ละลายใต้ลิ้นโดยไม่ต้องดื่มน้ำ
ได้รับการรับรองจาก US FDAเป็นยาในกลุ่ม CGRP receptor antagonist
ใช้ได้ทั้งแบบเฉียบพลันและป้องกันครอบคลุมทั้งการรักษาและป้องกันไมเกรน

 

 

27.05.25- Single Ads - SEO3.png

 

สิ่งที่ควรรู้หากคุณสนใจ Rimegepant

แม้ Rimegepant จะเป็นตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพและได้รับการยอมรับจากทั้งผู้ใช้และวงการแพทย์ แต่ก็ยังมีข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่ควรพิจารณาก่อนใช้งาน

 

 

ผลข้างเคียงที่อาจพบ:

อาการที่รายงานบ่อย ได้แก่ คลื่นไส้ อาหารไม่ย่อย ปวดท้องเล็กน้อย หรือรู้สึกไม่สบายในระบบทางเดินอาหาร โดยทั่วไปอาการเหล่านี้มักเป็นเพียงชั่วคราวและสามารถหายได้เอง

 

 

ข้อควรระวัง:

  • หลีกเลี่ยงการใช้ในผู้ที่มีประวัติแพ้ Rimegepant หรือส่วนประกอบในยา
  • ควรระวังเป็นพิเศษในผู้ที่มีปัญหาการทำงานของตับหรือไต เนื่องจากอาจส่งผลต่อการขับยาออกจากร่างกาย
  • ผู้ที่มีโรคหลอดเลือด หรือความดันโลหิตสูงที่ควบคุมได้ไม่ดี ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนใช้
  • สำหรับหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดเกี่ยวกับความปลอดภัย จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงและประโยชน์อย่างรอบด้านก่อนเริ่มใช้ยา

การใช้ Rimegepant อย่างเหมาะสมภายใต้คำแนะนำของแพทย์ จะช่วยให้ผู้ป่วยไมเกรนได้รับผลลัพธ์ที่ดีโดยลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียงได้อย่างปลอดภัย

 

การรับรองจาก FDA และแนวทางการใช้ยา

อนุมัติใช้รักษาไมเกรนเฉียบพลันในปี 2020 และใช้ป้องกันไมเกรนในปี 2021

อ้างอิงข้อมูลการอนุมัติจาก FDA

ขนาดยาแนะนำ: 75 มก. ใช้ไม่เกิน 18 เม็ดต่อเดือน

 

 

จากประสบการณ์ส่วนตัวสู่แคมเปญระดับโลก: Take Back Today

 

 

27.05.25- Single Ads - SEO2.png

 

 

เมื่อรู้ถึงผลกระทบของไมเกรนที่มีต่อชีวิต Khloé จึงตัดสินใจร่วมมือกับ Biohaven Pharmaceuticals เปิดตัวแคมเปญ Take Back Today เพื่อส่งต่อความหวังและแรงบันดาลใจให้กับผู้ป่วยไมเกรนทั่วโลก

แคมเปญ Take Back Today

โดยมีเป้าหมายเพื่อ:

  • สนับสนุนให้ผู้ป่วยไมเกรน แชร์ประสบการณ์
  • เสริมสร้าง ความเข้าใจ และการยอมรับในสังคม
  • แนะนำทางเลือกการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคน

 

 

 สถิติน่าสนใจจาก National Headache Foundation:

93% ของคนทั่วไป ไม่เข้าใจ ว่าไมเกรนส่งผลกระทบรุนแรงเพียงใด

อ้างอิงจาก National Headache Foundation

ไมเกรนส่งผลต่อผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 3 เท่า

 

 

ผลกระทบของไมเกรนที่ไม่ควรมองข้าม

รายงานจาก WHO และองค์กรสุขภาพต่าง ๆ พบว่าไมเกรน:

  • ❌ ทำให้สูญเสียวันทำงานและลดประสิทธิภาพการเรียน
  • ❌ ส่งผลต่อความสัมพันธ์และชีวิตครอบครัว
  • ❌ เพิ่มความเสี่ยงโรคซึมเศร้าและความวิตกกังวล

โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงาน 15–49 ปี ไมเกรนถือเป็นสาเหตุหลักที่กระทบคุณภาพชีวิตและก่อให้เกิดภาระทางเศรษฐกิจทั่วโลก

อ้างอิงจาก Global Burden of Disease Study 2019 (The Lancet)

นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่าไมเกรนเป็นสาเหตุอันดับสองของ "ปีสุขภาพที่สูญเสียไปจากความพิการ (YLD: Years Lived with Disability)" ทั่วโลก และเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มผู้หญิงช่วงอายุทำงาน ซึ่งสะท้อนถึงภาระด้านสุขภาพที่มักถูกมองข้ามในระบบบริการสุขภาพสาธารณะ

 

 สรุปจากเสียงจริงของ Khloé

Khloé Kardashian คือเสียงสำคัญที่ช่วยสะท้อนว่าไมเกรน ไม่ใช่แค่ปวดหัว แต่คือภาวะที่รบกวนชีวิตและควรได้รับการรักษาที่เหมาะสม หากคุณกำลังเผชิญไมเกรน อย่ารอให้มันควบคุมชีวิตคุณ ลองปรึกษาแพทย์และค้นหาทางเลือกใหม่ ๆ อย่าง Rimegepant ที่อาจเปลี่ยนชีวิตคุณได้เหมือนกับเธอ

 

 

21.04.25-_Single_Ads_-_CTA.png

About the author

Smile Migraine Expert Team

Smile Migraine Expert Team

Migraine Health Editorial Team

Back to Blog

You might also like (or Related articles)

ไมเกรนไม่ปวดหัว มีจริงไหม? เวียนหัวบ้านหมุนอาจเป็นสัญญาณ

ไมเกรนไม่ปวดหัว มีจริงไหม? เวียนหัวบ้านหมุนอาจเป็นสัญญาณ

23 September 2026 423 views

เป็นไมเกรนแต่ไม่ปวดหัวได้จริงไหม? รู้จักไมเกรนที่แสดงอาการเป็นเวียนหัว บ้านหมุน พร้อมวิธีแยกจากหินปูนในหูหลุด และสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์

ปวดขมับสองข้าง เกิดจากอะไร ต่างจากไมเกรนยังไง

ปวดขมับสองข้าง เกิดจากอะไร ต่างจากไมเกรนยังไง

9 September 2026 556 views

ปวดขมับสองข้างไม่ใช่ไมเกรนเสมอไป อาจเป็นปวดหัวจากความเครียด ปัญหาข้อต่อขากรรไกร ไซนัส หรือในผู้สูงอายุอาจเป็นสัญญาณโรคหลอดเลือดอักเสบที่ต้องรีบรักษา

ไมเกรนเรื้อรัง รักษาอย่างไรเมื่อยาแก้ปวดเอาไม่อยู่

ไมเกรนเรื้อรัง รักษาอย่างไรเมื่อยาแก้ปวดเอาไม่อยู่

9 September 2026 746 views

ปวดหัวไมเกรนบ่อยจนยาแก้ปวดเริ่มไม่ได้ผล อาจเข้าสู่ภาวะไมเกรนเรื้อรังแล้ว รู้จักทางเลือกการรักษาตั้งแต่ยาป้องกัน โบทูลินัมท็อกซิน ไปจนถึงยาต้าน CGRP