หลักการรักษาไมเกรน

21 มิถุนายน 2024

หลักการรักษาไมเกรน

ยาแก้ปวด

ทำไมการทานยาแก้ปวดให้เหมาะกับความรุนแรงถึงสำคัญ?นั่นก็เพราะ เลี่ยงการเกิดการติดยาแก้ปวด ไม่ใช้ยาแก้ปวดบางตัวเกินความจำเป็นหรือแม้แต่ลดการเกิดผลข้างเคียง

พกไว้ติดกระเป๋าได้เลย ยา 3 ตัว สำหรับทานเมื่อปวดน้อย กลาง มาก เรามาดูนิยามแต่ละระดับกันก่อน
 

Group 2154.png



#ปวดน้อย : ไม่มีผลต่อการทำกิจกรรมในแต่ละวัน

#ปวดปานกลาง : เริ่มมีผลกระทบต่อการทำกิจกรรมแต่ยังไม่ถึงกับต้องนอนพัก

#ปวดมาก : ต้องพักเท่านั้น ไม่สามารถทำกิจกรรมต่อได้เลย

ชาวไมเกรนหลายๆคน อาจจะยังไม่รู้ว่ายาแก้ปวดแต่ละตัวมันก็สามารถลดความรุนแรงได้ไม่เท่ากัน

มีหลักจำง่ายๆ แบบนี้เลย..
#ปวดน้อย >> กลุ่มพาราเซตามอลทั้งหลาย
#ปวดปานกลาง >> กลุ่ม NSAIDs ไม่ว่าจะเป็น Ibuprofen, naproxen, aspirin (ถ้าจะกินยากลุ่มนี้เมื่อไหร่ ต้องหาอะไรรองท้องก่อน เพราะมันกัดกระเพาะ)
#ปวดมาก >> กลุ่ม ergotamine , กลุ่ม triptan
** 2 กลุ่มนี้ห้ามทานร่วมกันภายใน 24 ชั่วโมง เพราะจะส่งเสริมการหดตัวของหลอดเลือดได้

ตัวช่วยแก้ปวดไมเกรน

Migra G ตัวช่วยแก้ปวดไมเกรนมีส่วนประกอบจากขิงและขมิ้นสกัดธรรมชาติ

อย่างที่ชาวไมเกรนหลายๆคนทราบกันว่า สมุนไพรไทยอย่างขิงเนี่ย มีจุดเด่นนั่นก็คือ การต้านอักเสบนั่นเอง

จากการศึกษาแล้วพบว่า สารออกฤทธิ์ที่สำคัญของขิง คือ Gingerol ที่เป็นสารประกอบฟีนอล ที่จะช่วยยับยั้งสารที่ก่อให้เกิดการอับเสบ ได้แก่ Interleukin-6 และ C-Reactive peptide
 

Group 2155.png


โดยกลไกการออกฤทธิ์นั้นขิงจะเข้าไปลดกระบวนการอักเสบ ลดอาการปวดในร่างกาย ลดการสร้างสารพรอสตาแกลนดิน ที่ทำให้ปวดและอักเสบ

นอกจากนี้ยังมีผลการทดลองทางคลินิกในผู้ป่วยไมเกรน 100 คน สุ่มตัวอย่างแบบ double-blinded เปรียบเทียบประสิทธิภาพหลังจากใช้ ขิง และยาแก้ปวดกลุ่ม Sumartiptan (ยาแก้ปวดจำเพาะกับไมเกรน) ในการลดปวดอาการไมเกรน

พบว่า หลังจากได้รับยา 2 ชั่วโมง ความรุนแรงของอาการปวดไมเกรนเฉลี่ยลดลงอย่งมีนัยสำคัญ ประสิทธิภาพของยาทั้งสองให้ผลคล้ายคลึงกัน แต่ผลข้างเคียงของตัวขิงนั้นมีน้อยกว่าตัว Sumartiptan

นอกจากนั้น Migra G ไม่ทำให้ติดยาแก้ปวด และไม่มีผลข้างเคียงที่ทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหารด้วยนะ ทานได้สูงสุด 8 เม็ดต่อวัน เนื่องจากจะทำให้เกิดอาการท้องอืดได้


อันดับยาป้องกันไมเกรนยอดฮิต

ชวนชาวไมเกรน มาทำความรู้จัก 3 อันดับยาป้องกันไมเกรน ที่ถูกใช้มากที่สุดภายในแอปพลิเคชันสไมล์ไมเกรน!

Round Line.png

# อันดับ 1 มีชื่อว่า Propranolol (โพรพาโนลอล) คุ้นหู้คุ้นตากัน มีเม็ดสีชมพูบานเย็นยาตัวนี้อยู่ในกลุ่มยาลดความดัน จึงจะทำให้พบผลข้างเคียงในเรื่องของหน้ามืด อ่อนเพลียได้ค่อนข้างบ่อย ยาตัวนี้มักจะทาน เช้า-เย็น เพราะออกฤทธิ์สั้นกว่ายาตัวอื่นๆ นั่นเอง

แล้ว ยาลดความดันเนี่ย มันป้องกันไมเกรนได้ยังไงนะ?!
> ช่วยลดสัญญาณความเจ็บปวด
> ลดการเกิดคลื่น CSD ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการไมเกรน
> รักษาระดับของสารเคมีในสมองที่เกี่ยวข้องกับไมเกรน อย่าง Serotonin (ซีโรโทนิน)
> ลดการตื่นตัวของระบบประสาทหรือลดความไวของระบบประสาทนั่นเอง
> ลดการขยายตัวของหลอดเลือดซึ่งเป็นส่วนที่ชาวไมเกรนทราบกันดีว่าถ้าหลอดเลือดยิ่งขยาย ยิ่งทำให้เกิดการอักเสบ
Capslue.png
# อันดับ 2 Flunarizine (ฟลูนาริซีน) เม็ดสีเทา-แดงชาวไมเกรนหลายๆ คนที่เคยทานยาชุดมักจะเคยเห็นยาตัวนี้ถูกจ่ายมาในซองด้วย เพราะสามารถทำหน้าที่ช่วยลดเวียนได้ด้วยเช่นกัน 

โดยมักจะทานในช่วงก่อนนอน ปริมาณ 5-10 มิลลิกรัม ยาตัวนี้ชาวไมเกรนคนไหนมีโรคซึมเศร้าร่วมด้วย ต้องระวัง เพราะผลข้างเคียงของตัวยา จะทำให้เสี่ยงซึมเศร้ามากขึ้นได้

kk.png

# อันดับ 3 Topamax (โทปาแมค) ยาตัวนี้จะเริ่มทานที่ 25 มิลลิกรัม และบางรายจะทานไปจนถึง 100 มิลลิกรัมต่อวัน

มีการนำตัวยา “Topiramate” เข้าศึกษากับกลุ่มคนอายุระหว่าง 12-65 ปี ที่มีความถี่ของอาการปวดศีรษะเฉลี่ยที่ 5.5 วันต่อเดือน โดยโดสที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ จะอยู่ที่ 100 มิลลิกรัม ต่อวัน โดย ผลการศึกษาพบว่าความถี่ของอาการปวดศีรษะลดลงถึง 2 วันต่อเดือนภายใน 1 เดือน

ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย ได้แก่ ง่วงซึม อ่อนเพลีย น้ำหนักลด ชาตามแขนขา

ยาป้องกันไมเกรนเป็นตัวช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการปวดศีรษะไมเกรนให้ผลระยะยาวและปรับสมดุลสารเคมีในสมอง ให้สมองแข็งแรงขึ้น จึงควรที่จะทานอย่างต่อเนื่องทุกวันประมาณ 4-6 เดือนนะชาวไมเกรน

ลดไมเกรนด้วยวิธีบล็อคเส้นประสาท

การรักษาไมเกรน มีหลากหลายวิธีมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการทานยาแก้ปวด การทานยาป้องกัน ฉีดโบท็อกซ์ หรือแม้กระทั่งการฉีดบล็อกเส้นประสาทที่ทำให้เกิดอาการปวดไมเกรนนั่นเอง

การรักษาด้วยวิธีนี้เราเรียกว่า “Nerve blocks” บล็อกเส้นประสาท หลักการคือลดการนำเข้าของกระแสประสาทจากภายนอก ที่จะไปประมวลผลในสมองทำให้ความตื่นตัวของสมองลดลง และนำไปสู่อาการปวดศีรษะที่ลดลงนั่นเอง โดยการฉีดจะมีการทำผ่าน 2 เส้นประสาทด้วยกัน

;;;;;;.png

#1 Occipital nerve block
เส้นประสาทตัวนี้ จะวิ่งจากด้านหลังศีรษะ ขึ้นไปเหนือศีรษะ และเข้าไปในส่วนของก้านสมองที่เกี่ยวข้องกับการรับความรู้สึกของโรคปวดศีรษะไมเกรนร่วมด้วย

#2 Supraorbital nerve block เส้นประสาทตัวนี้จะรับความรู้สึกทางด้านหน้าของหนังศีรษะ หน้าผาก เปลือกตาบนและโคนจมูกโดยจากงานวิจัย ในปี 2019 มีผู้ป่วยไมเกรน 190 คน ได้รับการรักษาด้วยวิธีบล็อกเส้นประสาท ผลพบว่า 27% อาการปวดลดลงหลังฉีดทันที และ อีก 42% ทั้งความถี่และความรุนแรงของอาการปวดค่อยๆทุเลาลง

ซึ่งการฉีด 1 ครั้ง จะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลว่าจะคุมอาการปวดได้นานเท่าไหร่ ซึ่งบางรายอยู่ได้นานมากถึง 4-6 เดือนกันเลยทีเดียว

การฉีดยาเพื่อบล็อกเส้นประสาทเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการรักษาที่สามารถช่วยลดความรุนแรงของไมเกรนได้ ถ้าชาวไมเกรนคนไหนสนใจการรักษาด้วยวิธีนี้ ควรที่จะปรึกษาแพทย์ร่วมด้วยทุกครั้งนะ


ลดไมเกรนด้วยโบท็อกซ์

ไม่ต้องทนปวดไมเกรน ด้วย Botulinum Toxin อะไรมันจะดีขนาดนี้!! สวยก็สวย ลดปวดก็ช่วยด้วย

การรักษาทางเลือก เมื่อเรารู้สึกว่า ไมเกรนเรามันเรื้อรัง ความถี่มันเริ่มรุนแรงขึ้น ปวดบ่อยขึ้นทานยาแก้ปวดบ่อยหรือทานแล้วไม่ค่อยหาย
[[[[[.png

มีงานวิจัยจากต่างประเทศ ได้นำการรักษานี้ รักษาในผู้ป่วยไมเกรนเรื้อรัง เขาพบว่าเมื่อทำการฉีดไป 2 ครั้ง ความถี่ของอาการปวดศีรษะไมเกรนลดลงมากกว่า 50% ที่เจ้า Botox มันสามารถช่วยป้องกันอาการปวดไมเกรนได้ นั่นก็คือ 

โบท็อกซ์ สามารถไปบล็อก สารสื่ออักเสบ ที่นำสัญญาณความเจ็บปวดจากสมอง ก่อนที่จะไปถึงตัว nerve ending หรือว่าปลายประสาทบริเวณศีรษะของเราโดยเวลาคุณหมอฉีด จะฉีดทั้งหมด 31 จุด จุดละ 5 ยูนิต รวมแล้ว 155 ยูนิต โดยจะฉีดตัวกล้ามเนื้อบริเวณ หน้าผาก ขมับ ท้ายทอบ ต้นคอ บ่า
ฉีดครั้งนึง ตัวโบท็อกจะออกฤทธิ์สูงสุดที่ 2 สัปดาห์ และอยู่ได้ประมาณ 3 เดือน แล้วเราจะรักษาไปเรื่อยๆ จนความถี่ลดลงจนน่าพอใจ
ชาวไมเกรนที่เคยใช้ก็บางรายว่าราคาแพงแต่ก็คุ้มที่จะจ่ายเพราะฉีดที อยู่ได้นานหลายเดือนเลย


ยาฉีดป้องกัน Anti CGRP

ยาฉีดป้องกันไมเกรนตัวนี้ เราเรียกกันว่า anti-CGRP ซึ่งมีหลากหลายตัวมากๆ ไม่ว่าจะเป็น erenumab, fremanezumab, galcanezumab

CGRP ตัวเต็มๆ ของมันก็คือ Calcitonin gene related peptide สารสื่ออักเสบตัวนี้จะถูกสร้างออกมาเมื่อมีอาการปวดศีรษะนั่นเอง โดย CGRP จะทำหน้าที่เหมือนเป็นตัวส่งสัญญาณ กระตุ้นให้ปวดหัว
ffff.png


ซึ่งมีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Neurology พบว่าผู้หญิงที่เป็นไมเกรนเรื้อรังจะมีระดับ CGRP ที่สูงกว่าผู้หญิงที่เป็นไมเกรนแบบครั้งคราว


ตัวยาชื่อ anti- CGRP (anti ก็หมายถึงการ ยับยั้ง) นั่นก็หมายความว่า ถ้าเราสามารถจัดการกับเจ้า CGRP ได้ ก็จะช่วยให้เราไม่ปวดหัวบ่อยนั่นเอง


แล้วชาวไมเกรนคนไหน ควรที่จะรับการรักษาด้วย anti-CGRP บ้างนะ?!

  1. รักษาด้วยยาป้องกันชนิดอื่นๆ แล้วไม่เห็นผล
  2. ทนผลข้างเคียงตัวยาป้องกันชนิดอื่นๆ ไม่ได้
  3. ไมเกรนเรื้อรัง (ปวดศีรษะมากกว่า 15 วันต่อเดือน ติดต่อ
กัน 3 เดือน)

และ มีงานใน ปี 2018 พบว่า 1 ใน 3 ของคนที่รักษาด้วย anti-CGRP มีอาการปวดไมเกรนลดลงมากกว่า 50% อีกด้วย 

แล้ว anti CGRP ดีกว่า ยาทาน จริงหรือ?อ้างอิงจากรายงานต่างประเทศ กล่าวไว้ว่า ประสิทธิภาพในการลดจำนวนวันปวดใน 1 เดือน ดีกว่าการทานยาป้องกัน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ราคาต่อการฉีดใน 1 ครั้ง ค่อนข้างสูง

แต่ใช่ว่าฉีดไปแล้วจะไม่ต้องปรับพฤติกรรมและสิ่งกระตุ้นนะ เพราะสองอย่างนี้ ยังคงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับชาวไมเกรนนะ

ปรับพฤติกรรมและเลี่ยงสิ่งกระตุ้น
พูดถึงส่วนหนึ่งของการรักษาไมเกรน นอกจากการทานยาแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญนั่นก็คือ “การปรับพฤติกรรม”

การปรับพฤติกรรม คงจะเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายๆคน เพราะมันเป็นสิ่งที่เราทำเป็นประจำจนติดนิสัยไปแล้ว แต่โรคปวดศีรษะไมเกรน การปรับพฤติกรรมจะเข้ามามีบทบาท และช่วยลดความรุนแรง ความถี่ของอาการปวดศีรษะได้ 

โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ ชาวไมเกรนหลายๆคนอาจจะยังไม่เห็นภาพ ทางทีมสไมล์ไมเกรนจะขอยกแนวคิดการสร้างเป้าหมาย ให้เห็นภาพชัดมากขึ้น 
 

าสาา.png



นั่นก็คือคำว่า “SMART” ซึ่งแต่ละตัวจะมาจากคำว่า

“S” Specific : เป้าหมายของเราต้องเฉพาะเจาะจงยกตัวอย่างเช่น เราอยากจะปรับเป้าหมาย โดยเดือนนี้เราอยากจะเริ่มปรับจากการนอนนั่นเอง

“M” Measurable : เป้าหมายของเราควรที่จะประเมินได้ ยกตัวอย่างเช่น แต่ก่อนความถี่อาการปวดอยู่ที่ 5-9 วันต่อเดือน พอเริ่มหันมาปรับพฤติกรรมอย่างจริงจัง ความถี่เหลือ 2-4 วันต่อเดือน

“A” Action oriented : เราต้องระบุสิ่งที่จะทำได้ชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น ปกติเป็นคนนอนดึกติดซีรีส์ เริ่มลดการดูจากดูหนึ่งชั่วโมง เหลือสัก 30 นาทีก็พอ
“R” Realistic : เป้าหมายของเราต้องเป็นไปได้

“Timely” : ต้องมีระยะเวลาที่ชัดเจน เช่น เราจะลดความถี่อาการปวดให้ได้ ภายใน 2 เดือน

กว่า 50% ของชาวไมเกรน ยังปรับพฤติกรรม และหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นไม่เพียงพอ ทำให้โรคไมเกรนกำเริบบ่อย และมีความถี่ที่สูงขึ้นได้นะ

ค่อยๆเริ่มจากการสังเกต และค่อยๆเรียนรู้การปรับพฤติกรรมไปพร้อมๆกันนะชาวไมเกรน เพราะทีมสไมล์ไมเกรนของเรา อยากให้ทุกคนกลับมายิ้มได้อีกครั้ง
 

Back to Blog

You might also like (or Related articles)

ไมเกรนไม่ปวดหัว มีจริงไหม? เวียนหัวบ้านหมุนอาจเป็นสัญญาณ

ไมเกรนไม่ปวดหัว มีจริงไหม? เวียนหัวบ้านหมุนอาจเป็นสัญญาณ

23 September 2026 374 views

เป็นไมเกรนแต่ไม่ปวดหัวได้จริงไหม? รู้จักไมเกรนที่แสดงอาการเป็นเวียนหัว บ้านหมุน พร้อมวิธีแยกจากหินปูนในหูหลุด และสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์

ปวดขมับสองข้าง เกิดจากอะไร ต่างจากไมเกรนยังไง

ปวดขมับสองข้าง เกิดจากอะไร ต่างจากไมเกรนยังไง

9 September 2026 530 views

ปวดขมับสองข้างไม่ใช่ไมเกรนเสมอไป อาจเป็นปวดหัวจากความเครียด ปัญหาข้อต่อขากรรไกร ไซนัส หรือในผู้สูงอายุอาจเป็นสัญญาณโรคหลอดเลือดอักเสบที่ต้องรีบรักษา

ไมเกรนเรื้อรัง รักษาอย่างไรเมื่อยาแก้ปวดเอาไม่อยู่

ไมเกรนเรื้อรัง รักษาอย่างไรเมื่อยาแก้ปวดเอาไม่อยู่

9 September 2026 720 views

ปวดหัวไมเกรนบ่อยจนยาแก้ปวดเริ่มไม่ได้ผล อาจเข้าสู่ภาวะไมเกรนเรื้อรังแล้ว รู้จักทางเลือกการรักษาตั้งแต่ยาป้องกัน โบทูลินัมท็อกซิน ไปจนถึงยาต้าน CGRP