วิธีสังเกตตัวเอง ว่าคุณเป็นไมเกรนหรือไม่

30 กรกฎาคม 2024

วิธีสังเกตตัวเอง ว่าคุณเป็นไมเกรนหรือไม่

ไมเกรนเป็นอาการปวดศีรษะที่รุนแรงและมักเกิดขึ้นเป็นระยะๆ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตได้มาก การวินิจฉัยว่าคุณเป็นไมเกรนหรือไม่นั้น อาจต้องอาศัยการสังเกตอาการของตัวเอง โดยเฉพาะอาการปวดศีรษะและอาการอื่นๆ ที่มักเกิดร่วมด้วย ในบทความนี้ เราจะพูดถึงวิธีสังเกตตัวเองว่าคุณเป็นไมเกรนหรือไม่ รวมถึงอาการที่บ่งบอกถึงไมเกรน ซึ่งจะมีเช็คลิสด้วยกันทั้งหมด 10 ข้อ ได้แก่

 

1. อาการปวดศีรษะ

 

อาการปวดศีรษะเป็นอาการหลักของไมเกรน โดยมักเริ่มต้นที่บริเวณข้างใดข้างหนึ่งของศีรษะ และอาจลุกลามไปทั่วศีรษะ อาการปวดมักรุนแรงและทรมานมาก ทำให้ทำกิจกรรมต่างๆ ได้ยาก ลักษณะของอาการปวดศีรษะในไมเกรนมักมีลักษณะดังนี้

  • ปวดเป็นซีกข้างใดข้างหนึ่งของศีรษะ หรือกึ่งกลางศีรษะ
  • ปวดรุนแรงจนรับไม่ได้ และอาจทำให้ต้องนอนพักหรือหลบแสง
  • ปวดเป็นจังหวะ ๆ อาจเป็นทุกวัน หรือเป็นเป็นระยะ ๆ
  • ปวดร่วมกับอาการอื่น ๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ตาพร่ามัว หรือเสียงและแสงรบกวน

 

2. อาการคลื่นไส้และอาเจียน

 

อาการคลื่นไส้และอาเจียนมักเกิดร่วมกับอาการปวดศีรษะในไมเกรน โดยอาการคลื่นไส้อาจเกิดขึ้นก่อนหรือระหว่างที่มีอาการปวดศีรษะ และอาจทำให้อาการปวดศีรษะรุนแรงขึ้น ในบางรายอาจมีอาการอาเจียนร่วมด้วย

 

 

3. อาการตาพร่ามัวและปัญหาการมองเห็น

 

ในบางรายอาจมีอาการตาพร่ามัวหรือปัญหาการมองเห็นร่วมด้วย เช่น เห็นแสงวูบวาบ หรือเห็นเส้นขนาบตา ซึ่งอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นก่อนอาการปวดศีรษะ และอาจอยู่ได้นานถึง 1 ชั่วโมง

 

 

4. อาการปวดตามร่างกาย

 

นอกจากอาการปวดศีรษะแล้ว ผู้ป่วยไมเกรนอาจมีอาการปวดตามร่างกายอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดคอ ปวดหลัง หรือปวดกล้ามเนื้อ ซึ่งอาการปวดเหล่านี้มักเกิดขึ้นพร้อมกับอาการปวดศีรษะ หรือหลังจากปวดศีรษะก็ได้

 

 

5. อาการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์

 

ผู้ป่วยไมเกรนอาจมีอาการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ร่วมด้วย เช่น รู้สึกหงุดหงิด ซึมเศร้า หรือวิตกกังวล ซึ่งอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นก่อนหรือระหว่างที่มีอาการปวดศีรษะ

 

 

6. อาการเปลี่ยนแปลงของอาหารและน้ำหนัก

 

ผู้ป่วยไมเกรนอาจมีอาการเปลี่ยนแปลงของอาหารและน้ำหนักร่วมด้วย เช่น เบื่ออาหาร หรือมีน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นระหว่างที่มีอาการปวดศีรษะ

 

 

7. อาการเปลี่ยนแปลงของการนอนหลับ

 

ผู้ป่วยไมเกรนอาจมีอาการเปลี่ยนแปลงของการนอนหลับร่วมด้วย เช่น นอนไม่หลับ หรือนอนมากเกินไป ซึ่งอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นก่อนหรือระหว่างที่มีอาการปวดศีรษะ

 

 

8. อาการเปลี่ยนแปลงของการทำงานของลำไส้

 

ผู้ป่วยไมเกรนอาจมีอาการเปลี่ยนแปลงของการทำงานของลำไส้ร่วมด้วย เช่น ท้องเสีย หรือท้องผูก ซึ่งอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นระหว่างที่มีอาการปวดศีรษะ

 

 

9. อาการเปลี่ยนแปลงของการทำงานของกล้ามเนื้อ

 

ผู้ป่วยไมเกรนอาจมีอาการเปลี่ยนแปลงของการทำงานของกล้ามเนื้อร่วมด้วย เช่น กล้ามเนื้อเกร็ง หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นระหว่างที่มีอาการปวดศีรษะ

 

 

10. อาการเปลี่ยนแปลงของการทำงานของระบบประสาท

 

ผู้ป่วยไมเกรนอาจมีอาการเปลี่ยนแปลงของการทำงานของระบบประสาทร่วมด้วย เช่น รู้สึกชา หรือมีอาการเคลื่อนไหวผิดปกติ ซึ่งอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นระหว่างที่มีอาการปวดศีรษะ

 

 


การสังเกตอาการของตัวเองอย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยให้คุณประเมินได้เบื้องต้นว่าคุณเป็นไมเกรนหรือไม่ โดยเฉพาะอาการปวดศีรษะที่รุนแรงและมักเกิดขึ้นเป็นระยะๆ ร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ตาพร่ามัว ปวดตามร่างกาย และอาการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ หากคุณพบว่ามีอาการดังกล่าวร่วมกันบ่อยครั้ง ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

 

Footer Tele Blog - Ai-1.png

Back to Blog

You might also like (or Related articles)

ไมเกรนไม่ปวดหัว มีจริงไหม? เวียนหัวบ้านหมุนอาจเป็นสัญญาณ

ไมเกรนไม่ปวดหัว มีจริงไหม? เวียนหัวบ้านหมุนอาจเป็นสัญญาณ

23 September 2026 422 views

เป็นไมเกรนแต่ไม่ปวดหัวได้จริงไหม? รู้จักไมเกรนที่แสดงอาการเป็นเวียนหัว บ้านหมุน พร้อมวิธีแยกจากหินปูนในหูหลุด และสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์

ปวดขมับสองข้าง เกิดจากอะไร ต่างจากไมเกรนยังไง

ปวดขมับสองข้าง เกิดจากอะไร ต่างจากไมเกรนยังไง

9 September 2026 555 views

ปวดขมับสองข้างไม่ใช่ไมเกรนเสมอไป อาจเป็นปวดหัวจากความเครียด ปัญหาข้อต่อขากรรไกร ไซนัส หรือในผู้สูงอายุอาจเป็นสัญญาณโรคหลอดเลือดอักเสบที่ต้องรีบรักษา

ไมเกรนเรื้อรัง รักษาอย่างไรเมื่อยาแก้ปวดเอาไม่อยู่

ไมเกรนเรื้อรัง รักษาอย่างไรเมื่อยาแก้ปวดเอาไม่อยู่

9 September 2026 743 views

ปวดหัวไมเกรนบ่อยจนยาแก้ปวดเริ่มไม่ได้ผล อาจเข้าสู่ภาวะไมเกรนเรื้อรังแล้ว รู้จักทางเลือกการรักษาตั้งแต่ยาป้องกัน โบทูลินัมท็อกซิน ไปจนถึงยาต้าน CGRP