ยาแก้ปวดไมเกรน เลือกยังไงให้ตรงกับระดับความปวด

27 มีนาคม 2024

ยาแก้ปวดไมเกรน เลือกยังไงให้ตรงกับระดับความปวด

ไมเกรนเป็นโรคทางระบบประสาทที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนทั่วโลกนับพันล้านคน อาการปวดหัวตุ๊บๆ มักมาแบบไม่ทันตั้งตัว บางครั้งมาพร้อมคลื่นไส้ อาเจียน แพ้แสง แพ้เสียง จนทำงานหรือเรียนต่อไม่ไหว การรู้จักและเข้าใจไมเกรนให้ดีจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการรับมือกับมัน การรักษาไมเกรนในปัจจุบันมีทั้งแบบใช้ยาและไม่ใช้ยา บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักการรักษาด้วยยาก่อน โดยเฉพาะวิธีเลือก ยาแก้ปวดไมเกรน ให้เหมาะกับตัวเอง


 

โดยยาไมเกรนนั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่

  1. ยาแก้ปวดไมเกรน : เป็นยาที่ใช้ในการระงับอาการปวดที่เกิดขึ้นในขณะนั้น แบ่งได้หลายกลุ่มตามระดับความรุนแรงของไมเกรน แต่ยากลุ่มนี้จะไม่ได้ช่วยในการรักษาโรคเป็นเพียงตัวช่วยในการระงับอาการชั่วคราว หากเราต้องเจอสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดไมเกรนซ้ำๆ เดิมๆ หลีกเลี่ยงได้ยาก อาการปวดก็จะกลับมาเกิดใหม่ วนเป็นวัฏจักรไมเกรน 
  2. ยาป้องกันไมเกรน : ยากลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ใช้ในการรักษาตัวโรค หากคุณกำลังปวดหัวไมเกรนที่มากกว่า 4 วันต่อเดือน มีความรุนแรงสูง คุณหมอจะแนะนำให้เริ่มทานยาป้องกันไมเกรนได้แล้ว โดยยากลุ่มนี้จะเข้าไปช่วยให้ลดความถี่และความรุนแรงของอาการปวดลดลง แต่ยากลุ่มนี้จะต้องมีการทานทุกวันต่อเนื่องให้ได้ 2 สัปดาห์ขึ้นไปถึงจะเห็นว่าร่างกายตอบสนองต่อยารักษาหรือไม่ และแนะนำให้ทานต่อเนื่อง 4 - 6 เดือน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าไมเกรนของเราสงบแล้วจริงๆ 



 

ซึ่งในบทความนี้ เราจะมาพูดถึงยาแก้ปวดไมเกรนกันก่อน ว่าเราชาวไมเกรน เลือกยาแก้ปวดไมเกรนแบบไหน ให้เป็นแบบที่ใช่ ที่เหมาะกับเรา สำหรับทริคในการทานยาแก้ปวดไมเกรนแต่ละครั้ง ชาวไมเกรนควรเลือกทานให้ตรงกับระดับความรุนแรงของเรา โดยระดับความรุนแรงเราจะแบ่งเป็น 3 ระดับความปวด ได้แก่

 

ปวดน้อย - แอปพลิเคชัน smile migriane


ปวดน้อย 

เป็นระดับที่เริ่มมีอาการตึงๆ ปวดตุ๊บๆ มีอาการนำบางอย่าง เช่น เห็นแสงซิกแซก (Aura) หาวบ่อย อารมณ์แปรปรวน เป็นต้น 

  • ยาแก้ปวดที่ควรใช้ในระดับ “ปวดน้อย” 
    • Acetaminophen หรือที่รู้จักในชื่อว่า “พารา” โดยกลไกการออกฤทธิ์จะช่วยยับยัง สารเคมีที่เกี่ยวข้องกับความปวดอย่าง สารโพรสตาแกลนดิน (Prostaglandin) สามารถทานได้เมื่อเริ่มปวด โดยให้ทานครั้งละ 1 - 2 เม็ด ตามน้ำหนักตัว (10 - 15 mg ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม) ไม่ควรทานเกินวันละ 8 เม็ด/วัน ยาจะมีฤทธิ์ 4 - 6 ชั่วโมง
      • ผลข้างเคียง : ยากลุ่มนี้ทานบ่อยติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน มีผลต่อการทำงานของตับ โดยผู้ที่มีปัญหาภาวะโรคตับ ตับผิดปกติ ควรได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ก่อนใช้ยาทุกครั้ง
    • Migra G ผลิตภัณฑ์ สารสกัดจากขิงและขมิ้นเข้มข้น จาก Smile Migraine Shop ที่จะช่วยลดการอักเสบ ลดอาการปวดในร่างกาย ลดการสร้างสารพรอสตาแกลนดิน ที่ทำให้ปวดและอักเสบ เนื่องจากในพืชตระกูลนี้ จะมีสารสำคัญที่ชื่อว่า Gingerol ที่เป็นสารประกอบฟีนอล ที่จะช่วยยับยั้งสารที่ก่อให้เกิดการอับเสบในร่างกายได้ นอกจากนี้สารตัวนี้ยังช่วยในเรื่องการยับยั้งการหลั่งสารซีโรโทนินที่ระบบประสาทส่วนกลางและทางเดินอาหาร จึงมีผลให้ช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วยได้
      • ผลข้างเคียง : สำหรับตัวนี้เนื่องจากส่วนประกอบหลักเป็นสมุนไพรทั้งคู่ จึงไม่มีผลข้างเคียงที่ทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหาร รวมถึงไม่ทำให้ติดเหมือนยาแก้ปวด แต่ทั้งนี้หากในผู้ที่มีอาการแพ้ส่วนประกอบในอาหารที่มาจากขิงและขมิ้นจะไม่แนะนำ

         

ปวดปานกลาง - แอปพลิเคชัน Smile Migraine


ปวดปานกลาง 

เป็นระดับที่เริ่มมีอาการปวดจนต้องมีตัวช่วยระงับปวด เริ่มเป็นอุปสรรคต่อาการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้ต้องพักในชั่วครู่ 

  • ยาแก้ปวดที่ควรใช้ในระดับ “ปวดปานกลาง” 

จะแนะนำเป็นกลุ่ม NSAIDs หรือ Non-steroidal antinflammatory drugs สำหรับกลุ่มนี้จะมีอยู่หลายตัว แต่ทั้งนี้ สไมล์ ไมเกรน จะขอแนะนำเฉพาะตัวที่ชาวไมเกรนเป็นที่รู้จักและทานกันบ่อยครั้งเวลาปวดไมเกรนกันนะ


 

โดยยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs นี้  เป็นยาที่ใช้ในการลดอาการปวดและการอักเสบ ซึ่งเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในการรักษาอาการปวดหัว, ปวดเมื่อย, อักเสบจากการบาดเจ็บ, หรืออาการปวดจากโรคเรื้อรัง เช่น โรคข้ออักเสบ ยากลุ่มนี้ทำงานโดยการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ COX (Cyclooxygenase) ซึ่งมีสองประเภทหลักคือ COX-1 และ COX-2  เป็นเอนไซม์ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างสารโพรสตาแกลนดิน สารนี้เป็นสารตัวหนึ่งที่ทำให้เกิดการอักเสบและอาการปวดในร่างกาย การยับยั้งเอนไซม์เหล่านี้ช่วยลดการผลิตสารโพรสตาแกลนดิน ทำให้สามารถลดอาการปวดและการอักเสบได้


 

COX-1 : เป็นเอนไซม์ที่มีอยู่ในร่างกายของเราตามปกติและทำงานอย่างต่อเนื่อง มีบทบาทในการรักษาฟังก์ชันปกติของเนื้อเยื่อ เช่น ช่วยในการปกป้องเยื่อบุกระเพาะอาหารและการควบคุมการไหลเวียนของเลือด การยับยั้ง COX-1 สามารถนำไปสู่ผลกระทบข้างเคียง เช่น การเกิดแผลในกระเพาะอาหาร และการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดเลือดออก


 

COX-2 : เป็นเอนไซม์ที่มีการสร้างขึ้นเฉพาะเมื่อเกิดการอักเสบหรือบาดเจ็บ การยับยั้ง COX-2 ช่วยลดการสร้างสารโพรสตาแกลนดินที่เป็นสาเหตุของการอักเสบและอาการปวด ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ที่เลือกยับยั้ง COX-2 โดยเฉพาะมีประสิทธิภาพในการลดอาการปวดและอักเสบโดยมีผลข้างเคียงน้อยลงเมื่อเทียบกับยาที่ยับยั้งทั้ง COX-1 และ COX-2


 

ดังนั้น เรามาดูกันว่า ยาแก้ปวด NSIADs ที่เราคุ้นหูกันนี้ ตัวไหนบ้างที่ยับยั้ง COX-1 ที่มีผลข้างเคียงกัดกระเพาะอาหาร และตัวไหนบ้างที่เป็น COX-2 ที่ไม่กัดกระเพาะของเรา 

ยาแก้ปวดกลุ่ม NSIADs กลุ่ม COX-1 (ผลข้างเคียง : กัดกระเพาะ)

1. ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) 

2. ไดโคลฟีแน็ก (diclofenac)

3. นาพร็อกเซน (naproxen)

4. ไพร็อกซิแคม (piroxicam) 

5. เมล็อกซิแคม (meloxicam)

ยาแก้ปวดกลุ่ม NSIADs กลุ่ม COX-2 (ผลข้างเคียง : ไม่กัดกระเพาะ)

1. เซเลค็อกสิบ (celecoxib)

2. เอทอริค็อกสิบ (etoricoxib)

3. พาเรค็อกสิบ (parecoxib) 

 

แต่หากถามว่ายากลุ่มนี้ทำให้ติดได้ไหม ในชาวไมเกรนแล้ว ยากลุ่มนี้ทำให้สมองติดยาแก้ปวดได้เช่นกัน หากทานต่อเนื่องไปประมาณ 15 วันขึ้นไป ติดต่อกันมากกว่า 3 เดือน 
 

Severe pain500.png


ปวดมาก 

เป็นระดับที่ปวดรุนแรงถึงขั้นต้องนอนพัก ไม่สามารถทำงาน หรือกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ มักมีอาการร่วมเป็นคลื่นไส้ อาเจียน กลัวแสง กลัวเสียง 

  • ยาแก้ปวดที่ควรใช้ในระดับ “ปวดมาก” 

สำหรับเมื่อปวดมากไปแล้ว ปวดในระดับที่ใช้พารา หรือ NSIADs ไปแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น จะแนะนำยาแก้ปวดเป็นกลุ่มที่ใช้ระงับปวดอาการไมเกรนโดยเฉพาะ แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ Ergotamine และ Triptan 



 

Ergotamine

กลไกการออกฤทธิ์ : ตัวยาจะออกฤทธ์ไปควบคุมการขยายตัวและการหดตัวของหลอดเลือดในสมอง โดยจะทำให้หลอดหลอดที่เป็นที่มาของการเกิดไมเกรนหดตัวลง 

ผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ : คลื่นไส้, อาเจียน, เกิดอาการเหน็บชาในนิ้วมือและนิ้วเท้า ตัวยาจะออกฤทธิ์ไปหดของหลอดเลือดส่วนปลายบริเวณทั่วร่างกาย จึงทำให้นำไปสู่การลดการไหลเวียนของเลือดได้ และในบางรายพบอาการนอนไม่หลับ เนื่องจากตัวยาบางแบรนด์จะมีส่วนประกอบของ Caffeine ร่วมด้วย

ข้อห้ามใช้ Ergotamine : 

  • ผู้ป่วยที่มีประวัติโรคหลอดเลือด รวมถึงโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง
  • ผู้ที่มีอาการหรือปัญหาเกี่ยวกับการไหลเวียนของเลือดไม่ปกติ
  • ควรหลีกเลี่ยงในผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ เนื่องจากสามารถนำไปสู่การลดการไหลเวียนของเลือดไปยังมดลูกและอาจส่งผลต่อทารกได้


 

Triptans

กลไกการออกฤทธิ์ : Triptans ทำงานโดยการเป็น agonists ต่อตัวรับเซโรโทนิน (serotonin receptors), โดยเฉพาะตัวรับ 5-HT1B และ 5-HT1D บนหลอดเลือดและปลายประสาท การกระตุ้นตัวรับเหล่านี้ช่วยให้หลอดเลือดสมองหดตัวและลดการปล่อยสารที่ก่อให้เกิดอาการปวด ซึ่งช่วยระงับอาการปวดไมเกรนได้เฉพาะจุดมากกว่า Ergotamine 

ผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ : สำหรับที่พบได้บ่อยคือ รู้สึกอึดอัดหรือคับแน่นที่อก, คอ, หรือขากรรไกร, ความรู้สึกหนักของแขนหรือขา, ปวดกล้ามเนื้อ, และอาการเหนื่อยล้า เราเรียกอาการนี้ว่า Triptan Sensation โดยอาการดังกล่าวจะหายไปเองเมื่อยาหมดฤทธิ์ ทั้งนี้ผู้ป่วยสามารถนอนพัก ทานน้ำตามเข้าไปเยอะๆ และผลข้างเคียงที่น้อยพบได้แก่ การแดงของผิวหนัง, ความรู้สึกชา, วิงเวียน, และความรู้สึกไม่สบายตัว

ข้อห้ามใช้ Triptan :

  • Triptans ไม่ควรใช้ในผู้ป่วยที่มีประวัติโรคหัวใจ, โรคหลอดเลือดสมอง, หรือโรคหลอดเลือดส่วนปลายที่ผิดปกติ เช่น โรคหลอดเลือดแข็งตัว
  • ห้ามใช้ร่วมกับยาประเภท Ergotamine ภายใน 24 ชั่วโมง เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่รุนแรง
  • ควรใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีประวัติความดันโลหิตสูง


 

โดยที่ยาทั้ง 2 กลุ่มนี้ ไม่แนะนำให้ทานมากกว่า 10 วันต่อเดือน ต่อเนื่องกันมากกว่า 3 เดือน นั้นจะส่งผลให้เข้าสู่ภาวะสมองติดยาแก้ปวด หรือทานยาแก้ปวดเกินขนาด (Medication Overuse Headache)

 

เมื่อไหร่ควรไปโรงพยาบาลทันที

การเลือกยาแก้ปวดให้เหมาะกับระดับความรุนแรงช่วยได้มากในไมเกรนทั่วไป แต่ถ้าปวดหัวมาพร้อมอาการเหล่านี้ ห้ามซื้อยากินเองแล้วรอดู ให้ไปโรงพยาบาลทันที:

  • ปวดหัวรุนแรงแบบฉับพลันที่สุดในชีวิต ("Thunderclap Headache")
  • ปวดหัวร่วมกับไข้สูง คอแข็ง
  • แขนขาอ่อนแรง ชาครึ่งซีก พูดไม่ชัด ที่ไม่หายไปเหมือนอาการเตือน (Aura) ปกติของตัวเอง
  • ปวดหัวหลังอุบัติเหตุที่ศีรษะ
  • ปวดหัวรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยเฉพาะในผู้ที่อายุมากกว่า 50 ปี

     

คำถามที่พบบ่อย

กินยาแก้ปวดไมเกรนพร้อมกันหลายตัวได้ไหม? ไม่ควรกินเอง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ โดยเฉพาะการกินร่วมกับ Ergotamine ที่ห้ามใช้ร่วมกับ Triptan ภายใน 24 ชั่วโมง

ทำไมกินยาแก้ปวดบ่อยขึ้นแล้วปวดหัวถี่ขึ้น? อาจเข้าข่ายภาวะสมองติดยาแก้ปวด (Medication Overuse Headache) หากกิน NSAIDs เกิน 15 วัน/เดือน หรือ Ergotamine/Triptan เกิน 10 วัน/เดือน ต่อเนื่องเกิน 3 เดือน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนปรับยา

ปวดหัวกี่วันต่อเดือนถึงควรพบแพทย์เพื่อเริ่มยาป้องกัน? หากปวดหัวไมเกรนมากกว่า 4 วันต่อเดือน หรือรุนแรงจนกระทบชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อพิจารณายาป้องกันไมเกรน แทนการพึ่งยาแก้ปวดอย่างเดียว

หากไม่แน่ใจว่าควรใช้ยาตัวไหน ทำอย่างไรดี? ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางไมเกรนของ Smile Migraine ผ่านแอปฯ หรือ LINE @sm-clinic เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะกับระดับความรุนแรงและประวัติสุขภาพของคุณโดยเฉพาะ

Research References

  1. International Classification of Headache Disorders, 3rd edition (ICHD-3). "8.2 Medication-Overuse Headache." International Headache Society. ichd-3.org
     

พตต.พญ.จุฑาทิพย์ รัตนพันธ์ Smile Migraine

อ้างอิง ; 

About the author

Pol. Lt. Dr. Jutatip Rattanaphan

Pol. Lt. Dr. Jutatip Rattanaphan

Neurologist · Med. Lic. No. 43961

View doctor profile →
Back to Blog

You might also like (or Related articles)

ไมเกรนไม่ปวดหัว มีจริงไหม? เวียนหัวบ้านหมุนอาจเป็นสัญญาณ

ไมเกรนไม่ปวดหัว มีจริงไหม? เวียนหัวบ้านหมุนอาจเป็นสัญญาณ

23 September 2026 423 views

เป็นไมเกรนแต่ไม่ปวดหัวได้จริงไหม? รู้จักไมเกรนที่แสดงอาการเป็นเวียนหัว บ้านหมุน พร้อมวิธีแยกจากหินปูนในหูหลุด และสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์

ปวดขมับสองข้าง เกิดจากอะไร ต่างจากไมเกรนยังไง

ปวดขมับสองข้าง เกิดจากอะไร ต่างจากไมเกรนยังไง

9 September 2026 556 views

ปวดขมับสองข้างไม่ใช่ไมเกรนเสมอไป อาจเป็นปวดหัวจากความเครียด ปัญหาข้อต่อขากรรไกร ไซนัส หรือในผู้สูงอายุอาจเป็นสัญญาณโรคหลอดเลือดอักเสบที่ต้องรีบรักษา

ไมเกรนเรื้อรัง รักษาอย่างไรเมื่อยาแก้ปวดเอาไม่อยู่

ไมเกรนเรื้อรัง รักษาอย่างไรเมื่อยาแก้ปวดเอาไม่อยู่

9 September 2026 746 views

ปวดหัวไมเกรนบ่อยจนยาแก้ปวดเริ่มไม่ได้ผล อาจเข้าสู่ภาวะไมเกรนเรื้อรังแล้ว รู้จักทางเลือกการรักษาตั้งแต่ยาป้องกัน โบทูลินัมท็อกซิน ไปจนถึงยาต้าน CGRP