ทำความรู้จัก "ปวดศีรษะกล้ามเนื้อตึงตัว (Tensiontype Headache)

22 มีนาคม 2024

ทำความรู้จัก "ปวดศีรษะกล้ามเนื้อตึงตัว (Tensiontype Headache)

ปวดหัวแบบตึงตัว อาการ สาเหตุ และการรักษาที่มีประสิทธิภาพ

อาการปวดหัวแบบตึงตัว แท้จริงแล้วเป็นโรคปวดหัวชนิดหนึ่งที่อยู่ในประเภทอาการปวดหัวแบบปฐมภูมิ (Primary Headache) เป็นโรคที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน ลักษณะอาการหลักคือความเจ็บปวดแบบเรื้อรังรอบศีรษะ, คล้ายกับการมีสายรัดรอบหน้าผาก โดยส่วนใหญ่จะเป็นอาการปวดหัวแบบเป็นๆ หายๆ เกิดขึ้นประมาณ 1-2 ครั้งต่อเดือน แต่บางรายอาจปวดหัวตึงเรื้อรังจนส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันได้


 

สาเหตุของอาการปวดหัวแบบตึงตัว

ในทางการแพทย์แล้วยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของอาการปวดหัวตึง แต่บางครั้งอาจเกี่ยวข้องกับความตึงของกล้ามเนื้อบริเวณศีรษะและต้นคอ หรือท่านั่งที่ไม่เหมาะสม

งานวิจัยชี้ให้เห็นว่า อาการปวดหัวตึงแบบไม่รุนแรงอาจเกิดจากการทำงานของเส้นประสาทรับความรู้สึกที่ไวเกินไป ซึ่งทำหน้าที่ส่งสัญญาณความเจ็บปวดจากร่างกายไปยังสมอง นอกจากนี้ ยังอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบประสาทรับความรู้สึกกลาง หรืออาจมีอาการไวต่อความเจ็บปวดมากกว่าคนทั่วไป ปัจจัยทางพันธุกรรมก็เชื่อว่ามีผลต่ออาการปวดแบบหัวตึงได้เช่นกัน

ถึงแม้สาเหตุการเกิดยังไม่เป็นที่เข้าใจอย่างชัดเจน แต่มีหลายปัจจัยที่เชื่อว่ามีส่วนทำให้เกิดอาการนี้ ได้แก่

  • ความเครียด
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ปัญหาเกี่ยวกับฟัน (เช่น การกัดฟัน การนั่งขบฟัน)
  • อาการเมื่อยล้าของสายตา
  • ตาแห้ง
  • อ่อนเพลีย
  • การสูบบุหรี่
  • โรคหวัดหรือไข้หวัดใหญ่
  • โรคไซนัสอักเสบ
  • คาเฟอีน
  • บุคลิกภาพที่ไม่เหมาะสม
  • ความเครียดทางอารมณ์
  • ดื่มน้ำน้อย
  • พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • อดอาหาร


 

อาการปวดหัวแบบตึงตัว

ปวดหัวแบบตึงตัว (Tensiontype Headache)

อาการปวดหัวแบบตึงตัว สามารถทำให้เกิดอาการปวดระดับเบา ปานกลาง หรือรุนแรง ก็ได้ และยังมี

  • อาการปวดหัวแบบตื้อๆ ตึงๆ
  • รู้สึกเหมือนมีอะไรกดอยู่รอบหน้าผาก
  • รู้สึกเจ็บบริเวณหน้าผากและหนังศีรษะหรือ บริเวณท้ายทอยและต้นคอ
  • ปวดศีรษะจนโฟกัสได้ยาก
  • รู้สึกหงุดหงิด หรืออ่อนเพลีย
  • ปวดลามไปที่ด้านหลังดวงตา ศีรษะ และต้นคอ
  • ไม่มีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมกับอาการปวดหัว
  • โดยทั่วไปอาการปวดมักจะเป็นระดับเบาหรือปานกลาง

     

สาเหตุและปัจจัยกระตุ้น

สาเหตุที่แท้จริงของอาการปวดหัวแบบเครียดยังไม่เป็นที่เข้าใจอย่างชัดเจน แต่มีหลายปัจจัยที่เชื่อว่ามีส่วนทำให้เกิดอาการนี้ ได้แก่:

  • ความเครียด: เป็นปัจจัยที่เชื่อมโยงกันอย่างกว้างขวาง ความเครียดสามารถทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหัวและคอตึงตัว นำไปสู่อาการปวดหัว
  • ท่าทางที่ไม่ดี: การนั่งหรือยืนในท่าที่ไม่ถูกต้องเป็นเวลานานสามารถทำให้กล้ามเนื้อรอบคอและเครียด การยึกเกร็งและนำไปสู่การอักเสบได้
  • ความเมื่อยล้าของตา: การใช้เวลาหน้าจอมากเกินไปหรือทำงานที่ต้องการความละเอียดสามารถกระตุ้นอาการปวดหัว
  • การขาดน้ำ: ไม่ดื่มน้ำเพียงพอเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย
  • การนอนไม่เพียงพอ: การนอนน้อยเกินไปหรือมากเกินไปสามารถนำไปสู่อาการปวดหัว

การทำความเข้าใจปัจจัยเหล่านี้สามารถช่วยในการจัดการและป้องกันอาการปวดหัวแบบเครียด

 

การรักษาอาการปวดหัวแบบตึงตัว

สำหรับการรักษาอาการปวดหัวแบบตึงตัว นั้นมีทั้งการรักษาทั้งที่ใช้ยา และไม่ใช้ยา 

การรักษาอาการปวดหัวแบบตึงตัวด้วยการ "ใช้ยา"

  • ยาแก้ปวดในกลุ่ม NSAIDs เช่น Ibuprofen Naproxen หรือ Aspirin แต่ก็ไม่ควรกินบ่อยๆ มากกว่า 15 วันต่อเดือน เนื่องจากต้องระมัดระวัง ยาแก้ปวดบ่อยเกินไป หรือ Medication Overuse ซึ่งจะทำให้เกิดอาการปวดหัวเด้งกลับ หรือ ปวดหัวสะท้อนกลับ (rebound headache) ซึ่งเป็นอาการปวดหัวที่เกิดขึ้นหลังยาแก้ปวดหมดฤทธิ์
  • ยาแก้ปวด และยารักษา ที่ต้องได้รับคำสั่งจากแพทย์  ดังนี้
    • ยาต้านซึมเศร้าชนิด tricyclic antidepressants
    • ยาลดความดันโลหิตกลุ่ม beta-blockers
    • Divalproex sodium
    • indomethacin
    • ยาคลายกล้ามเนื้อ กรณีที่ยาแก้ปวดไม่อยู่
    • ยาต้านอาการซึมเศร้า (SSRI) ที่จะช่วยปรับระดับ serotonin ในสมอง และช่วยรับมือกับความเครียด



 

การรักษาอาการปวดหัวแบบตึงตัวด้วยการ "ไม่ใช้ยา"

  • ดื่มน้ำมากขึ้น ควรทานให้ได้วันละ 1.5 - 2 ลิตรต่อวัน
  • รับประทานอาหารและพักผ่อนให้เพียงพอ อาการหิวและนอนไม่หลับเป็นสาเหตุของอาการปวดหัวแบบตึงตัว ลองทานอาหารว่างหรือพักสายตาสักพัก
  • การออกกำลังกาย การออกกำลังกายอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ นอกจากจะช่วยให้ลดภาวะความเครียด แล้วยังจะช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและลดอาการปวดหัวได้ด้วย
  • Biofeedback เทคนิคการผ่อนคลายที่ช่วยให้คุณจัดการกับอาการปวดและความเครียด
  • CBT (Cognitive-behavioral therapy) บำบัดด้วยการพูดคุย ช่วยให้คุณระบุสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความเครียด วิตกกังวล และความตึงเครียด
  • การฝังเข็ม การแพทย์ทางเลือกที่อาจช่วยลดความเครียดและความตึงเครียด
  • อาบน้ำอุ่น เพื่อคลายกล้ามเนื้อที่ตึงตัว และร่างกายที่ตึงเครียดได้

ซึ่งเทคนิคเหล่านี้อาจไม่สามารถป้องกันอาการปวดหัวแบบตึงตัวได้ตลอดไป อาการของโรคนี้อาจกลับมาเป็นอีกได้ในอนาคต แต่หากคุณเริ่มเป็นรุนแรงขึ้นแล้ว แนะนำควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางระบบประสาทและสมองเพื่อได้รับการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมก่อนจะเป็นเรื้อรัง

 

 

About the author

Dr. Chatchapol Panpae

Dr. Chatchapol Panpae

Neurologist · Med. Lic. No. 47851

View doctor profile →
Back to Blog

You might also like (or Related articles)

ไมเกรนไม่ปวดหัว มีจริงไหม? เวียนหัวบ้านหมุนอาจเป็นสัญญาณ

ไมเกรนไม่ปวดหัว มีจริงไหม? เวียนหัวบ้านหมุนอาจเป็นสัญญาณ

23 September 2026 423 views

เป็นไมเกรนแต่ไม่ปวดหัวได้จริงไหม? รู้จักไมเกรนที่แสดงอาการเป็นเวียนหัว บ้านหมุน พร้อมวิธีแยกจากหินปูนในหูหลุด และสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์

ปวดขมับสองข้าง เกิดจากอะไร ต่างจากไมเกรนยังไง

ปวดขมับสองข้าง เกิดจากอะไร ต่างจากไมเกรนยังไง

9 September 2026 557 views

ปวดขมับสองข้างไม่ใช่ไมเกรนเสมอไป อาจเป็นปวดหัวจากความเครียด ปัญหาข้อต่อขากรรไกร ไซนัส หรือในผู้สูงอายุอาจเป็นสัญญาณโรคหลอดเลือดอักเสบที่ต้องรีบรักษา

ไมเกรนเรื้อรัง รักษาอย่างไรเมื่อยาแก้ปวดเอาไม่อยู่

ไมเกรนเรื้อรัง รักษาอย่างไรเมื่อยาแก้ปวดเอาไม่อยู่

9 September 2026 749 views

ปวดหัวไมเกรนบ่อยจนยาแก้ปวดเริ่มไม่ได้ผล อาจเข้าสู่ภาวะไมเกรนเรื้อรังแล้ว รู้จักทางเลือกการรักษาตั้งแต่ยาป้องกัน โบทูลินัมท็อกซิน ไปจนถึงยาต้าน CGRP