วิธีรับมือไมเกรน ขณะตั้งครรภ์

26 มกราคม 2024

วิธีรับมือไมเกรน ขณะตั้งครรภ์

ไมเกรนช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ดูแลอย่างไรให้ปลอดภัย

หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรที่เป็นไมเกรน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาทุกชนิด ทั้งยาแก้ปวดและยาป้องกัน เพราะยาหลายตัวที่ใช้ได้ปกติมีข้อห้ามหรือต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในช่วงนี้ บทความนี้สรุปแนวทางที่เป็นปัจจุบันเพื่อให้คุณคุยกับแพทย์ได้ตรงประเด็นมากขึ้น แต่ไม่ควรใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ผู้ดูแลครรภ์หรือแพทย์เฉพาะทางไมเกรน


 

ทำไมไมเกรนถึงเปลี่ยนแปลงตามฮอร์โมนเพศหญิง

ผู้หญิงประมาณ 40% มีประสบการณ์เป็นไมเกรนในช่วงวัยเจริญพันธุ์ และราว 70% ของผู้ป่วยไมเกรนเพศหญิงพบว่าความถี่หรือความรุนแรงของอาการเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงที่มีประจำเดือน การใช้ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมน การตั้งครรภ์ และวัยหมดประจำเดือน สะท้อนว่าไมเกรนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศหญิงอย่างชัดเจน


 

การป้องกันไมเกรนช่วงตั้งครรภ์

ในหญิงตั้งครรภ์ แพทย์จะพยายามให้ใช้ยาน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น เพราะทางเลือกยาที่ปลอดภัยต่อทารกยังมีจำกัด การป้องกันไม่ให้ไมเกรนกำเริบจึงสำคัญกว่าการรอรักษาเมื่อปวดแล้ว

ยาที่ควรหลีกเลี่ยง:

  • ยากันชักกลุ่ม Valproic acid และ Topiramate — ข้อห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ เสี่ยงความพิการแต่กำเนิด
  • Amitriptyline — ควรใช้ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ และมักสงวนไว้เป็นทางเลือกรองจาก Propranolol เท่านั้น

ยาที่แพทย์อาจพิจารณา:

  • Propranolol (ยากลุ่มลดความดันโลหิต) มักเป็นตัวเลือกแรกที่แพทย์พิจารณาสำหรับป้องกันไมเกรนในหญิงตั้งครรภ์ แต่ต้องระวังอาการหน้ามืดจากความดันต่ำ และห้ามใช้ในผู้ที่เป็นโรคหอบหืด ส่วนผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าร่วมด้วยควรแจ้งแพทย์เพื่อพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายบุคคล

วิตามินและแร่ธาตุเสริม: งานวิจัยพบว่าแมกนีเซียม วิตามินบี 2 (Riboflavin) และโคเอนไซม์ Q10 มีข้อมูลด้านประสิทธิภาพในการป้องกันไมเกรนและมีความปลอดภัยสูงในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร โดยผลอาจเริ่มเห็นตั้งแต่ 2 สัปดาห์ และเห็นผลชัดเจนขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่อง 2 เดือน

การรักษาอาการปวดไมเกรนช่วงตั้งครรภ์

หากปวดไม่มาก แพทย์มักแนะนำวิธีไม่ใช้ยาก่อน เช่น การพักผ่อน ผ่อนคลาย และหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น หากจำเป็นต้องใช้ยา Acetaminophen (Paracetamol) เป็นยาแก้ปวดที่ผลข้างเคียงต่ำที่สุดและใช้ได้ตลอดการตั้งครรภ์

 

หากปวดรุนแรงขึ้นและจำเป็นต้องใช้ยากลุ่ม NSAIDs ควรทราบว่ายากลุ่มนี้มีข้อจำกัดด้านช่วงเวลาที่ใช้ได้ค่อนข้างชัดเจน:

  • ตั้งแต่อายุครรภ์ 20 สัปดาห์เป็นต้นไป ควรหลีกเลี่ยง NSAIDs เนื่องจากองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ออกประกาศเตือนตั้งแต่ปี 2020 ว่าอาจทำให้น้ำคร่ำน้อยลงและไตทารกทำงานผิดปกติได้ (ก่อนหน้านี้เคยเชื่อว่าใช้ได้จนถึงไตรมาส 3 เท่านั้น แต่ข้อมูลล่าสุดพบความเสี่ยงเร็วกว่านั้น)
  • Ibuprofen มีข้อมูลด้านความปลอดภัยในไตรมาสแรกและช่วงต้น-กลางไตรมาสสองเท่านั้น (ก่อนสัปดาห์ที่ 20) ไม่ควรใช้ต่อเนื่องโดยไม่ปรึกษาแพทย์
  • Metoclopramide (ยาแก้คลื่นไส้-อาเจียน) มีข้อมูลความปลอดภัยตั้งแต่ไตรมาสแรก

     

สำหรับยาเฉพาะไมเกรน:

  • Ergotamine ห้ามใช้เด็ดขาด เพราะทำให้หลอดเลือดหดตัวและอาจทำให้ทารกขาดเลือดจนแท้งบุตรได้
  • Triptan มีงานวิจัยย้อนหลังในหญิงตั้งครรภ์ที่ใช้ยากลุ่มนี้ ยังไม่พบผลกระทบต่อทารกอย่างมีนัยสำคัญ จึงอาจพิจารณาใช้ได้ในกรณีปวดรุนแรง ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

     

การป้องกันไมเกรนช่วงให้นมบุตร

ยาที่เป็นข้อห้ามช่วงตั้งครรภ์ อาจไม่ใช่ข้อห้ามช่วงให้นมบุตรเสมอไป:

  • Topiramate มีความปลอดภัยระดับปานกลางสำหรับการให้นมบุตร
  • Valproic Acid ยังควรหลีกเลี่ยง
  • Propranolol มีความปลอดภัยสูงเพราะพบระดับยาในน้ำนมต่ำมาก แต่ควรระวังภาวะซึมเศร้าหลังคลอดที่อาจถูกกระตุ้นได้ในบางราย
  • กลุ่ม Tricyclic Antidepressants พบสารบางส่วนผ่านน้ำนมแม่ในปริมาณน้อย ควรติดตามผลข้างเคียงในทารก เช่น ดูดนมลดลง ปากแห้ง ซึมลง หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • แมกนีเซียม, วิตามินบี 2, โคเอนไซม์ Q10 ยังคงมีความปลอดภัยสูงในช่วงให้นมบุตรเช่นเดียวกับช่วงตั้งครรภ์

     

การรักษาอาการปวดไมเกรนช่วงให้นมบุตร

  • Ibuprofen เป็น NSAIDs ที่เหมาะสมที่สุดในช่วงให้นมบุตร เพราะระดับยาในน้ำนมต่ำมาก
  • Naproxen อาจทำให้ทารกง่วงนอนหรืออาเจียนได้ ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง
  • ควรหลีกเลี่ยงแอสไพริน เนื่องจากมีความกังวลเรื่องความเสี่ยงต่อ Reye's Syndrome ในทารก (ภาวะที่ทำให้สมองและตับเสียหาย มีอาการอาเจียนต่อเนื่อง กระสับกระส่าย หรือหมดสติ) แม้ความเสี่ยงจากการผ่านทางน้ำนมโดยตรงยังไม่ชัดเจนนัก แต่แนวทางคลินิกส่วนใหญ่แนะนำให้เลี่ยงเพื่อความปลอดภัย
  • Sumatriptan และ Eletriptan มีความเข้มข้นต่ำมากในน้ำนมแม่ จึงพิจารณาใช้ได้ภายใต้คำแนะนำแพทย์


     

คำถามที่พบบ่อย

ปวดไมเกรนตอนท้อง กินยาพาราได้เลยไหม? Acetaminophen (พารา) เป็นยาแก้ปวดที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับหญิงตั้งครรภ์ แต่ควรใช้ในขนาดที่เหมาะสมและปรึกษาแพทย์หากต้องใช้บ่อย

ให้นมลูกอยู่ กินยาไมเกรนได้ไหม? ยาหลายตัวใช้ได้ในช่วงให้นมบุตร แต่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ทุกครั้ง เพราะยาบางชนิดที่ปลอดภัยช่วงตั้งครรภ์อาจไม่ปลอดภัยช่วงให้นม หรือกลับกัน

วิตามินป้องกันไมเกรนกินตอนท้องได้ไหม? แมกนีเซียม วิตามินบี 2 และโคเอนไซม์ Q10 มีข้อมูลด้านความปลอดภัยที่ดีในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร แต่ควรแจ้งแพทย์ที่ฝากครรภ์ให้ทราบเสมอ

หากคุณกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรและมีอาการไมเกรน ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางไมเกรนของ Smile Migraine เพื่อวางแผนการดูแลที่ปลอดภัยทั้งสำหรับคุณและลูกน้อย







Research References

  1. FDA Drug Safety Communication (2020). "FDA Recommends Avoiding Use of NSAIDs in Pregnancy at 20 Weeks or Later." U.S. Food and Drug Administration.
  2. LactMed (NCBI Bookshelf) — Drugs and Lactation Database.

Footer Tele Blog - Ai.png

글쓴이

박사 Chanita Rachbundit

박사 Chanita Rachbundit

신경과 전문의 · Med. Lic. No. 59104

의사 프로필 보기 →
블로그로 돌아가기

좋아할 만한 다른 글 (또는 관련 기사)

ไมเกรนไม่ปวดหัว มีจริงไหม? เวียนหัวบ้านหมุนอาจเป็นสัญญาณ

ไมเกรนไม่ปวดหัว มีจริงไหม? เวียนหัวบ้านหมุนอาจเป็นสัญญาณ

23 9월 2026 401 회 조회

เป็นไมเกรนแต่ไม่ปวดหัวได้จริงไหม? รู้จักไมเกรนที่แสดงอาการเป็นเวียนหัว บ้านหมุน พร้อมวิธีแยกจากหินปูนในหูหลุด และสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์

ปวดขมับสองข้าง เกิดจากอะไร ต่างจากไมเกรนยังไง

ปวดขมับสองข้าง เกิดจากอะไร ต่างจากไมเกรนยังไง

9 9월 2026 547 회 조회

ปวดขมับสองข้างไม่ใช่ไมเกรนเสมอไป อาจเป็นปวดหัวจากความเครียด ปัญหาข้อต่อขากรรไกร ไซนัส หรือในผู้สูงอายุอาจเป็นสัญญาณโรคหลอดเลือดอักเสบที่ต้องรีบรักษา

ไมเกรนเรื้อรัง รักษาอย่างไรเมื่อยาแก้ปวดเอาไม่อยู่

ไมเกรนเรื้อรัง รักษาอย่างไรเมื่อยาแก้ปวดเอาไม่อยู่

9 9월 2026 735 회 조회

ปวดหัวไมเกรนบ่อยจนยาแก้ปวดเริ่มไม่ได้ผล อาจเข้าสู่ภาวะไมเกรนเรื้อรังแล้ว รู้จักทางเลือกการรักษาตั้งแต่ยาป้องกัน โบทูลินัมท็อกซิน ไปจนถึงยาต้าน CGRP