ปวดหัวแบบไหนใช่ไมเกรน? ความจริงที่คนกว่า 60-70% เข้าใจผิด! ในรายการ "หมอสมองมาเล่า EP.6" ผศ.นพ.สุรัตน์ ได้พามาพูดคุยกับ เภสัชกรหญิงธัญภา (เภสัชกรเหมียว) จากร้านกิติเชียงใหม่ฟาร์มาซี ถึงบทบาทสำคัญของเภสัชกรในการดูแลผู้ป่วยปวดศีรษะ จากประสบการณ์หน้าเคาน์เตอร์ยาพบสถิติที่น่าตกใจว่า ผู้ที่เดินเข้ามาซื้อยาแล้วบอกว่าตัวเองเป็นไมเกรน กว่า 60-70% มักไม่ได้เป็นไมเกรนจริงๆ แต่อาจเป็นอาการปวดหัวจากสาเหตุอื่น เช่น ออฟฟิศซินโดรม (กล้ามเนื้อตึงตัวจากการทำงานหนัก) หรือปวดหัวจากไซนัสอักเสบ (โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝุ่น PM 2.5 สูง)
วิธีคัดกรองเบื้องต้น: ปวดแบบไหนถึงเป็น "ไมเกรนของแท้" เภสัชกรจะใช้วิธีซักประวัติเพื่อคัดกรองโรคเบื้องต้น โดยลักษณะที่เข้าข่ายไมเกรนของแท้ ได้แก่:
ปวดศีรษะข้างเดียวเป็นหลัก
มีลักษณะปวดตุบๆ คล้ายชีพจรเต้น
บางรายอาจมีอาการนำ (Aura) ก่อนเริ่มปวดหัว เช่น ตาพร่ามัว หรือเห็นแสงแฟลช
อันตรายจากการ "ซื้อยากินเอง" และ "ภาวะติดยาแก้ปวด" หลายคนมักซื้อยาแก้ปวดไมเกรนกลุ่มเออร์โกทามีน (Ergotamine) เช่น โทฟาโก้ มากินเอง ซึ่งเภสัชกรเหมียวเตือนว่า ยากลุ่มนี้ควรทานให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น และไม่ควรเริ่มทานเองโดยไม่ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องจากแพทย์ เพราะอาจทำให้หลอดเลือดหดตัวและเป็นอันตรายได้
นอกจากนี้ การซื้อยาแก้ปวดทานเองต่อเนื่องยาวนาน (บางรายทาน 10-20 วันต่อเดือน หรือทานแทบทุกวัน) จะทำให้เกิด ภาวะติดยาแก้ปวด (Medication Overuse Headache) ซึ่งยาจะออกฤทธิ์ระงับปวดได้แค่ช่วงสั้นๆ แล้วกลับมาปวดซ้ำรุนแรงกว่าเดิม หากมีอาการปวดเรื้อรัง เภสัชกรมักแนะนำให้ใช้ "ยาป้องกันไมเกรน" (เช่น Flunarizine หรือ Amitriptyline) และควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อปรับยาให้เหมาะสม
สัญญาณเตือน! ปวดหัวแบบไหนที่ร้านยาไม่จ่ายยา แต่ต้องรีบส่งโรงพยาบาล? หากเภสัชกรซักประวัติแล้วพบว่ามี "อาการปวดหัวอันตราย" จะไม่จ่ายยาให้เด็ดขาด แต่จะแนะนำให้ไปพบแพทย์ทันที ได้แก่:
อาการปวดศีรษะที่รุนแรงมาก
ปวดฉับพลัน เป็นเร็วและรุนแรงทันที
ปวดแปล๊บๆ ผิดปกติไม่เหมือนปวดหัวทั่วไป
ทานยาแล้วอาการไม่ดีขึ้นเลย หรือหาปัจจัยกระตุ้นไม่ได้ (เภสัชกรเหมียวเคยเจอเคสปวดหัวรุนแรงฉับพลัน เมื่อส่งไปตรวจที่โรงพยาบาล ปรากฏว่าพบ "เนื้องอกในสมอง" การคัดกรองที่ร้านยาจึงมีความสำคัญมาก)
คำแนะนำทิ้งท้ายสำหรับคนปวดหัว ผู้ที่มีอาการปวดศีรษะควรหมั่นสังเกตและจดบันทึกลักษณะการปวด ความถี่ และปัจจัยกระตุ้นของตนเอง โดยสามารถใช้แอปพลิเคชัน Smile Migraine เป็นเครื่องมือช่วยบันทึกอาการ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อทั้งเภสัชกรและแพทย์ในการวินิจฉัยโรค หากอาการปวดมีความรุนแรงหรือซับซ้อน สามารถใช้แอปฯ นี้เพื่อวิดีโอคอลปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาทและสมองได้ทันที เพื่อการรักษาที่ปลอดภัยและตรงจุดที่สุด
[00:00] กว่า 60-70% ของคนที่คิดว่าเป็นไมเกรน มักไม่ใช่ไมเกรนจริง
[00:09] แนะนำตัว ภญ.ธัญภา (เภสัชกรเหมียว) ร้านกิติเชียงใหม่ฟาร์มาซี
[00:46] คนไข้ปวดหัวส่วนใหญ่ที่เดินเข้าร้านยา มีพฤติกรรมอย่างไร?
[02:13] อาการปวดหัวแบบไหนที่เหมือนไมเกรน และแบบไหนคือไมเกรนแท้
[02:40] โรคฮิตที่คนมักสับสนกับไมเกรน (ออฟฟิศซินโดรม, ไซนัสอักเสบ)
[03:04] สัญญาณอันตราย! ปวดแบบไหนที่เภสัชไม่จ่ายยา แต่ต้องส่งโรงพยาบาล
[04:39] ข้อควรระวังขั้นสุด ในการใช้ยากลุ่ม Ergotamine (โทฟาโก้)
[05:28] อันตรายจาก "ภาวะติดยาแก้ปวด" กินยาเกินขนาดจนปวดหัวเรื้อรัง
[06:02] บทบาทของเภสัชกรในการดูแลและคัดกรองผู้ป่วยไมเกรนเบื้องต้น
[07:04] คำแนะนำการดูแลตัวเอง และการใช้แอปพลิเคชัน Smile Migraine บันทึกอาการ
แอปพลิเคชั่นพบหมอไมเกรนออนไลน์ 💚🧑🏻⚕️ ดาวน์โหลดแอป คลิก : https://onelink.to/fq5kra
ช่องทางการติดต่อ https://linktr.ee/smilemigraine
Facebook : / smilemigraine
Instagram : / smilemigraine
TikTok : / smilemigraine
Twitter : https://x.com/smilemigraine
